thansettakij
thansettakij
บลจ.วรรณ ชี้ลงทุนครึ่งปีหลังยังไปต่อ ชูหุ้นสหรัฐ-ธีม AI เด่น

บลจ.วรรณ ชี้ลงทุนครึ่งปีหลังยังไปต่อ ชูหุ้นสหรัฐ-ธีม AI เด่น

17 ก.ค. 69 | 02:40 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ก.ค. 69 | 02:41 น.

บลจ.วรรณ มองครึ่งปีหลัง 69 ตลาดหุ้นโลกยังไปต่อ ชูหุ้นสหรัฐฯ กลุ่ม AI และ Semiconductor เด่น แนะกระจายลงทุนทองคำ อสังหาฯ และตราสารหนี้ หุ้นไทยได้แรงหนุนเศรษฐกิจในประเทศ

KEY

POINTS

  • บลจ.วรรณ คาดการณ์การลงทุนครึ่งปีหลังยังคงเป็นบวก แต่ผลตอบแทนอาจชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก
  • ให้น้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยชูหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะธีมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์เป็นหลัก
  • มองหุ้นไทยยังมีโอกาสปรับขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ Upside เริ่มจำกัด พร้อมปรับเป้าดัชนี SET สิ้นปีขึ้นเป็น 1,630-1,660 จุด
  • แนะนำกลยุทธ์กระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์หลากหลายประเภท เช่น ตราสารหนี้ ทองคำ และกองทุนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อบริหารความเสี่ยง

บลจ.วรรณ ประเมินภาพการลงทุนครึ่งหลังปี 2569 ยังเป็นบวก แม้ผลตอบแทนอาจไม่ร้อนแรงเท่าครึ่งปีแรก โดยยังให้น้ำหนักลงทุนหุ้นสหรัฐฯ จากการเติบโตของธุรกิจ AI และ Semiconductor ที่หนุนกำไรบริษัทจดทะเบียน ขณะที่หุ้นไทยยังมีโอกาสปรับขึ้นจากแรงกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐและกำไรบริษัทฟื้นตัว แต่ Upside เริ่มจำกัดจากระดับมูลค่าหุ้นที่เข้าใกล้ค่าเฉลี่ยระยะยาว พร้อมปรับเป้าดัชนี SET สิ้นปีขึ้นสู่กรอบ 1,630-1,660 จุด

มองหุ้นโลกยังเป็นขาขึ้น แต่ผลตอบแทนครึ่งปีหลังอาจชะลอ

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด (บลจ.วรรณ) ประเมินทิศทางการลงทุนในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ยังคงมีแนวโน้มเชิงบวก แม้ผลตอบแทนอาจไม่โดดเด่นเท่าช่วงครึ่งปีแรก โดยยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) 

ขณะที่ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ แต่การปรับขึ้นของดัชนีอาจเริ่มจำกัดจากระดับมูลค่าที่สูงขึ้น

 

นายสุทธิโรจน์ สิทธิวัฒนานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน กลุ่มจัดการลงทุนต่างประเทศ บลจ.วรรณ กล่าวว่า ตลาดหุ้นโลกยังได้รับแรงสนับสนุนจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง โดยกว่า 80% ของบริษัทในตลาดหุ้นสหรัฐฯ รายงานกำไรออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ส่งผลให้หุ้นทั่วโลกในช่วง 6 เดือนแรกของปีให้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 10% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 7-8% ต่อปี 

อย่างไรก็ตาม มองว่าผลตอบแทนในช่วงครึ่งปีหลังอาจชะลอลง เนื่องจากตลาดได้สะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว ขณะที่ยังมีความไม่แน่นอนจากเงินเฟ้อ ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลาง

รวมถึงปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งสถานการณ์ตะวันออกกลางและความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งอาจกลับมาเป็นประเด็นสำคัญก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายนนี้

บลจ.วรรณยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เนื่องจากเป็นตลาดที่มีบริษัทชั้นนำระดับโลกในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเติบโตสูงในระยะยาว โดยเฉพาะ AI และ Semiconductor 

ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียและตลาดเกิดใหม่ยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวแตกต่างกันในแต่ละประเทศ โดยตลาดจีนอาจได้รับแรงสนับสนุนจากการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศและการผลิตชิปหน่วยความจำ ส่วนตลาดหุ้นเกาหลีใต้ซึ่งปรับตัวขึ้นแรงในช่วงครึ่งปีแรก อาจเริ่มมีโอกาสสร้างผลตอบแทนลดลง

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน บลจ.วรรณแนะนำให้นักลงทุนกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์หลากหลายประเภท โดยใช้จังหวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวขึ้นทยอยสะสมตราสารหนี้ระยะกลาง เพื่อรับกระแสรายได้จากดอกเบี้ย พร้อมจัดสรรเงินลงทุนในทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยง และกองทุนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้แก่พอร์ต 

หุ้นไทยได้แรงหนุนมาตรการรัฐ-เศรษฐกิจโตเกิน 2% แต่ P/E เริ่มตึง

ด้านนายชัยพฤกษ์ กุลกาญจนาธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน กลุ่มจัดการลงทุนในประเทศ บลจ.วรรณ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อ จากแรงหนุนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐและกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่มีแนวโน้มฟื้นตัว ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัวมากกว่า 2% ในปีนี้ 

อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มจำกัดกว่าช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งให้ผลตอบแทนราว 30% เนื่องจากระดับมูลค่าหุ้นเริ่มเข้าใกล้ค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ P/E ประมาณ 16.6 เท่า ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ในระดับสูง และท่าทีการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่ยังคงเข้มงวด 

จากปัจจัยดังกล่าว บลจ.วรรณจึงปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET สิ้นปี 2569 เป็นกรอบ 1,630-1,660 จุด พร้อมแนะนำให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ (Domestic Plays) มากขึ้น 

สำหรับตลาดตราสารหนี้ไทย มองว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยมีแนวโน้มทยอยปรับสูงขึ้น จากความไม่แน่นอนของเงินเฟ้อ ภูมิรัฐศาสตร์ และความต้องการกู้ยืมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้การลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นยังเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในการลดความผันผวนของพอร์ต 

นายชัยพฤกษ์กล่าวว่า แม้ตลาดทุนไทยอาจไม่ใช่ตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง แต่ยังมีความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้าง ทั้งในด้านระบบกำกับดูแล ความโปร่งใสของบริษัทจดทะเบียน สภาพคล่องของตลาด และฐานนักลงทุนสถาบันภายในประเทศที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยยังเป็นตลาดที่มีเสถียรภาพและเหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว แม้ผลตอบแทนอาจไม่หวือหวาเหมือนตลาดเกิดใหม่บางแห่งก็ตาม