thansettakij
thansettakij
GROREIT ย้ำสิทธิซื้อคืน ROH สิ้นสุดตามสัญญา ขีดเส้นส่งมอบโรงแรม 30 วัน

GROREIT ย้ำสิทธิซื้อคืน ROH สิ้นสุดตามสัญญา ขีดเส้นส่งมอบโรงแรม 30 วัน

16 ก.ค. 69 | 10:08 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ก.ค. 69 | 10:08 น.

GROREIT ย้ำสิทธิซื้อคืนโรงแรมของ ROH สิ้นสุดตามสัญญา ขีดเส้น 30 วันส่งมอบทรัพย์สิน พร้อมเดินหน้าทุกมาตรการคุ้มครองผู้ถือหน่วย เตรียมประเมินราคาใหม่ เปิดประมูลขายต่อไป

KEY

POINTS

  • สิทธิในการซื้อคืนโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ของ ROH ได้สิ้นสุดลงแล้ว เนื่องจากไม่ดำเนินการภายในกำหนด 5 ปีตามสัญญา
  • GROREIT กำหนดให้ ROH ส่งมอบทรัพย์สินคืนภายใน 30 วัน หากไม่ปฏิบัติตามจะดำเนินการทางกฎหมาย
  • หลังการส่งมอบ กองทรัสต์จะประเมินราคาสินทรัพย์ใหม่และเปิดประมูลขาย เพื่อนำเงินคืนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน

GROREIT ยืนยันสิทธิซื้อคืนโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ของ ROH สิ้นสุดลงตามสัญญา หลังไม่ใช้สิทธิ 5 ปีภายในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 พร้อมเดินหน้าทุกมาตรการ เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน ให้เวลา 30 วันสำหรับการส่งมอบทรัพย์สิน ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนประเมินราคา เปิดประมูลขายสินทรัพย์ และคืนเงินแก่ผู้ถือหน่วย ขณะที่มีนักลงทุนไทยและต่างชาติกว่า 8 รายรอเข้าประมูล คาดราคาประเมินใหม่สูงกว่าราคาซื้อคืนเดิม

GROREIT ย้ำ สิทธิซื้อคืนเดิมของ ROH สิ้นสุดตามสัญญา

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แกรนด์ รอยัล ออร์คิด โฮสพิทาลิตี้ (GROREIT) เดินหน้าบังคับใช้สิทธิตามสัญญาหลังบริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ROH ไม่ดำเนินการซื้อคืนโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน โฮเทล แอนด์ ทาวเวอร์ส ภายในกำหนด 5 ปี โดยย้ำว่าสิทธิซื้อคืนตามราคาและเงื่อนไขเดิมได้สิ้นสุดลงแล้ว และจากนี้กองทรัสต์จะดำเนินทุกมาตรการภายใต้กรอบกฎหมายและสัญญา เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน

นายอลงกรณ์ ประธานราษฎร์นิกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอสังหาริมทรัพย์และทรัสต์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด (ONEAM) เปิดเผยว่า สิทธิการซื้อคืนทรัพย์สินมูลค่า 4,873 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ของ ROH สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นวันครบกำหนด 5 ปีนับจากวันที่กองทรัสต์เข้าลงทุนซื้อโรงแรมตามสัญญาจะซื้อจะขาย แต่ ROH ไม่ดำเนินการตามเงื่อนไข และไม่สามารถขยายระยะเวลาหรือใช้เงื่อนไขเดิมได้อีก

นายอลงกรณ์ ประธานราษฎร์นิกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอสังหาริมทรัพย์และทรัสต์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด (ONEAM)

กองทรัสต์ให้เวลา 30 วันเพื่อส่งมอบทรัพย์สิน

ภายหลังครบกำหนด บลจ.วรรณ ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) ในฐานะทรัสตี ได้ส่งหนังสือแจ้งให้ ROH ส่งมอบการครอบครองโรงแรมคืนแก่กองทรัสต์ภายใน 30 วัน หรือภายในกลางเดือนสิงหาคม

ระยะเวลา 30 วันดังกล่าว ไม่ใช่การผ่อนผันหรือขยายเวลาให้ ROH จัดหาเงินมาซื้อคืนทรัพย์สิน แต่เป็นกรอบเวลาสำหรับการส่งมอบทรัพย์สินตามขั้นตอนของสัญญา เนื่องจากสิทธิซื้อคืนในราคาและเงื่อนไขเดิมได้สิ้นสุดลงแล้ว หาก ROH ต้องการทรัพย์คืน ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการประมูลใหม่

ระหว่างรอการส่งมอบ โรงแรมยังคงเปิดให้บริการตามปกติ โดยกองทรัสต์ได้ประสานแมริออท ซึ่งเข้าซื้อกิจการของ Starwood ผู้บริหารแบรนด์เชอราตัน ให้เข้ามารับหน้าที่บริหารโรงแรมแทน ROH เมื่อการส่งมอบทรัพย์สินแล้วเสร็จ จากนั้นจะเสนอที่ประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนพิจารณาอนุมัติการจำหน่ายทรัพย์สิน เพื่อนำเงินมาชำระหนี้และคืนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนตามวัตถุประสงค์ของกองทรัสต์

นายอลงกรณ์กล่าวว่า หาก ROH ปฏิบัติตามสัญญาและส่งมอบทรัพย์สินภายในกำหนด กองทรัสต์จะเข้าสู่กระบวนการแต่งตั้งผู้ประเมินอิสระเพื่อประเมินมูลค่าทรัพย์สินใหม่ ก่อนเปิดประมูลขาย โดย ROH ยังสามารถเข้าร่วมประมูลได้ แต่ต้องแข่งขันกับผู้สนใจรายอื่นภายใต้ราคาประเมินใหม่ ไม่สามารถใช้สิทธิซื้อคืนในราคาเดิมได้อีก

อย่างไรก็ตาม หาก ROH ไม่ส่งมอบทรัพย์สินภายในกรอบเวลา 30 วัน กองทรัสต์จะพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายตามสิทธิที่มี เพื่อเร่งให้กระบวนการแล้วเสร็จและลดผลกระทบต่อผู้ถือหน่วยลงทุน แม้ยอมรับว่า การเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องอาจทำให้การคืนเงินแก่ผู้ลงทุนล่าช้าออกไปก็ตาม 

นักลงทุนไทย-ต่างชาติ 8 รายแสดงความสนใจซื้อ

ด้านนายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ กล่าวว่า ขณะนี้มีนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศประมาณ 8 ราย แสดงความสนใจเข้าซื้อโรงแรมดังกล่าว แต่กองทรัสต์ยังไม่เปิดการเจรจาอย่างเป็นทางการ เนื่องจากต้องรอการส่งมอบทรัพย์สินให้แล้วเสร็จก่อน

นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ

ทั้งนี้ ราคาประเมินเมื่อจัดตั้งกองทรัสต์เมื่อ 5 ปีก่อนอยู่ที่ประมาณ 5,200 ล้านบาท  โดยที่กองทรัสต์ซื้อมาในราคส่วนลดเหลือ 4,500 ล้านบาท ขณะที่ราคาซื้อคืนตามสัญญาอยู่ที่ 4,873 ล้านบาท จึงเชื่อว่า ราคาประเมินรอบใหม่มีแนวโน้มสูงกว่าราคาซื้อคืนตามสัญญาแน่นอน เพราะศักยภาพของทรัพย์สินที่ยังสร้างผลการดำเนินงานได้ดี โดยปีที่ผ่านมาโรงแรมมีกำไรประมาณ 323 ล้านบาท และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 72%

เดินหน้าคุ้มครองผู้ถือหน่วยเต็มที่

สำหรับ GROREIT ลงทุนซื้อโรงแรมในปี 2564 มูลค่าประมาณ 4,500 ล้านบาท ใช้เงินกู้จากธนาคารออมสิน 1,350 ล้านบาท และระดมทุนจากผู้ถือหน่วยลงทุนราว 3,150 ล้านบาท ตลอดอายุการลงทุนกว่า 4 ปีครึ่ง กองทรัสต์จ่ายผลตอบแทนสะสมให้ผู้ถือหน่วยแล้วประมาณ 27% หรือเฉลี่ยราว 6% ต่อปี

อย่างไรก็ดี ในช่วงที่กองทรัสต์อยู่ระหว่างบริหารจัดการและจำหน่ายทรัพย์สิน อัตราการจ่ายผลตอบแทนอาจลดลง เนื่องจากต้องกันเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายด้านกฎหมาย ค่าประเมินทรัพย์สิน และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจำหน่ายทรัพย์สิน

ส่วนเงินคืนก้อนสุดท้ายแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนจะขึ้นอยู่กับราคาขายทรัพย์สินหลังหักภาระหนี้เงินกู้ ดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยกองทรัสต์เชื่อว่าหากสามารถดำเนินการได้ตามแผน จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ถือหน่วยได้รับผลตอบแทนจากการขายทรัพย์สินในระดับที่เหมาะสม

ปัจจุบัน GROREIT มีผู้ถือหน่วยลงทุนรายย่อยประมาณ 1,600 ราย โดยผู้ถือหน่วยรายใหญ่คือบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ถือสัดส่วน 22.84% ใช้เงินลงทุนประมาณ 700 ล้านบาท ซึ่งสัปดาห์หน้า กองทรัสต์เตรียมหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อพิจารณาแนวทางดูแลและคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหน่วยลงทุนในขั้นตอนต่อไป