
ดาวโจนส์ปิดตลาดบวกกว่า 155 จุด Nasdaq ทะยาน 288 จุด หุ้น AI หนุนตลาด
ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดบวกกว่า 155 จุด ทะยานสู่ 53,055 จุด Nasdaq แตะ 26,121 จุด รับหุ้นเทคโนโลยีคึกคัก ก่อนประกาศงบไตรมาส 2 ตลาดรอการประชุมเฟด
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 155.84 จุด และดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้น 288.49 จุด
- ปัจจัยหลักที่หนุนตลาดมาจากแรงซื้อในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)
- หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง นำโดย Broadcom ที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้น 3.7%
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (6 ก.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้นเช่นกัน
โดยตลาดได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI)
ซึ่งรวมถึงหุ้นบริษัทผลิตชิปรายใหญ่อย่าง Broadcom ท่ามกลางความหวังที่ว่าธุรกิจด้าน AI จะเป็นแรงขับเคลื่อนผลประกอบการของบริษัทเหล่านี้
- ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 53,055.91 จุด เพิ่มขึ้น 155.84 จุด หรือ +0.29%
- ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,537.43 จุด เพิ่มขึ้น 54.19 จุด หรือ +0.72%
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,121.16 จุด เพิ่มขึ้น 288.49 จุด หรือ +1.12%
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งที่สุดในดัชนี S&P500 โดยพุ่งขึ้น 1.64% และ 1.34%
ส่วนหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์และกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 1.17% และ 1.06%
ขณะที่ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (PHLX Semiconductor Index) ปรับตัวขึ้น 2.2% โดยดัชนีฟื้นตัวหลังจากที่ร่วงลงติดต่อกันสองวันทำการก่อนหน้านี้
หุ้น Broadcom พุ่งขึ้น 3.7% หลังจากบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้ และบริษัท Apple ได้ตกลงที่จะขยายเวลาข้อตกลงการพัฒนาและจัดหาชิปแบบสั่งทำพิเศษหลากหลายประเภทไปจนถึงปี 2574
หุ้น Western Digital ทะยานขึ้น 7% หุ้น Teradyne พุ่งขึ้น 2.8% หุ้น Marvell Technology ปรับตัวขึ้นกว่า 1% และหุ้น Oracle พุ่งขึ้น 2.5%
หุ้น Microsoft ขยับลง 0.6% หลังบริษัทประกาศปลดพนักงานลง 2.1% หรือประมาณ 4,800 ตำแหน่ง
หุ้น SpaceX ปรับตัวลง 1%
หุ้น SpaceX ปรับตัวลง 1% โดยมีมูลค่าการซื้อขายหมุนเวียนกว่า 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงท้าย ๆ ก่อนปิดตลาด
โดย SpaceX จะเข้าร่วมคำนวณในดัชนี Nasdaq 100 ในวันอังคารที่ 7 ก.ค.
นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าบริษัทในดัชนี S&P500 จะมีกำไรรวมกันเพิ่มขึ้น 24% ในไตรมาส 2/2569 และคาดว่ากำไรในกลุ่มเทคโนโลยีจะพุ่งขึ้นราว 65%
บริษัท Delta Air Lines และ PepsiCo มีกำหนดรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้
จับตารายงานประชุมเฟดเดือนมิ.ย.
นักลงทุนยังจับตารายงานการประชุมประจำเดือนมิ.ย.ของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) ซึ่งจะมีการเผยแพร่ในวันพุธ (8 ก.ค.) เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ โดยการประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมครั้งแรกของเควิน วอร์ช ในฐานะประธานเฟดคนใหม่
หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิ.ย.ที่ออกมาต่ำกว่าคาดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ล่าสุด เครื่องมือ FedWatch ของ CME ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 25% ในการคาดกาารณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 28-29 ก.ค.
ข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคบริการลดลง 0.5 จุด สู่ระดับ 54.0 ในเดือนมิ.ย. สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 54.5 ในเดือนพ.ค.
ดัชนียังคงปรับตัวเหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคบริการ
ดัชนีภาคบริการของ ISM ประกอบด้วยอุตสาหกรรม 17 กลุ่ม ซึ่งรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ การขนส่ง การก่อสร้าง และเหมืองแร่







