
ดาวโจนส์ปิดตลาดลบ 13.96 จุด หุ้น AI ดิ่งแรง เซมิคอนดักเตอร์ทรุดกว่า 6%
ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดลบ 13.96 จุด ร่วงเหลือ 52,305.24 จุด หุ้น AI ดิ่งแรง เซมิคอนดักเตอร์ทรุดกว่า 6% หลังนักลงทุนแห่ขายหุ้นเทคโนโลยี จับตาเฟดส่งสัญญาณดอกเบี้ย
KEY
POINTS
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบเล็กน้อย 13.96 จุด ขณะที่ S&P500 และ Nasdaq ปรับตัวลงเช่นกันจากการเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
- หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ร่วงลงอย่างหนักกว่า 6% และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ดิ่งลง เนื่องจากความกังวลเรื่องมูลค่าหุ้นที่สูงเกินไป
- อย่างไรก็ตาม ตลาดลดช่วงลบได้จากแรงหนุนของหุ้น Meta ที่พุ่งขึ้นกว่า 8% และความเห็นของเจ้าหน้าที่เฟดที่ส่งสัญญาณว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อลดลง
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (1 ก.ค.)
ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดตลาดอ่อนแรงลงเช่นกัน เนื่องจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
อย่างไก็ตาม การพุ่งขึ้นของหุ้น Meta Platforms และการแสดงความเห็นเกี่ยวกับเงินเฟ้อของเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FRD) ช่วยให้ตลาดลดช่วงลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 52,305.24 จุด ลดลง 13.96 จุด หรือ -0.03%
- ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,483.23 จุด ลดลง 16.13 จุด หรือ -0.22%
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,040.03 จุด ลดลง 173.69 จุด หรือ -0.66%
โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในดัชนี S&P500 ร่วงลง 1.84% ขณะที่หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ดิ่งลง 6.3% ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูง และการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) จำนวนมหาศาลของบรรดาบริษัทเทคโนโลยี
หุ้นเทคโนโลยีร่วงฉุดตลาดนิวยอร์ก
ทั้งนี้ การร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นปัจจัยฉุดตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดอ่อนแรงลง หลังจากดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีทำผลงานอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 2/2569
ซึ่งดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 13% ซึ่งเป็นสถิติที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2565 ส่วนดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น 14.9% และดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้น 21.4% โดยต่างก็ทำสถิติแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563
หุ้น Alcoa ร่วงลง 8.9% หลังจากมีรายงานว่าบริษัท South32 ของออสเตรเลียได้ตกลงที่จะขายสินทรัพย์ในรูปของอะลูมิเนียมส่วนใหญ่ให้กับ Alcoa
อย่างไรก็ดี หุ้น Meta Platforms ช่วยให้ตลาดลดช่วงลบ โดยหุ้น Meta Platforms พุ่งขึ้น 8.8% หลังจากสื่อรายงานว่าบริษัทกำลังสร้างธุรกิจคลาวด์เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงกำลังการประมวลผลและโมเดล AI ซึ่งถือเป็นการเปิดฉากชิงส่วนแบ่งตลาดครั้งใหม่กับบรรดาผู้นำในธุรกิจนี้อย่าง Amazon Web Services, Microsoft Azure และ Google Cloud
นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนในระหว่างวัน หลังจากเควิน วอร์ช ประธานเฟด กล่าวในการประชุมซึ่งธนาคารกลางยุโรป (ECB) จัดขึ้นที่ประเทศโปรตุเกสในวันพุธว่า การคาดการณ์เงินเฟ้อและความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อได้ปรับตัวลดลงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน วอร์ชเน้นย้ำว่าเฟดยังคงมุ่งมั่นที่จะฉุดเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าหมายที่ระดับ 2%
นักลงทุนลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยเฟด
นักลงทุนได้ปรับลดคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดลงเล็กน้อย หลังถ้อยแถลงของวอร์ช โดยเครื่อง FedWatch Tool ของ CME ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 65% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ซึ่งขยับลงจากก่อนหน้านี้ที่ระดับ 67%
นักลงทุนยังคงติดตามการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใกล้จะถึงช่วงวันหยุดยาวของสหรัฐฯ โดยมีรายงานว่าอิหร่านและสหรัฐฯ เสร็จสิ้นการเจรจาทางอ้อมรอบล่าสุดที่ประเทศกาตาร์ในวันพุธ โดยไม่มีสัญญาณบ่งชี้ความคืบหน้าไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน หลังจากที่สหรัฐฯ และอิหร่านได้ลงนามในข้อตกลงชั่วคราวร่วมกันเมื่อเดือนที่แล้ว
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) ระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตปรับตัวลงสู่ระดับ 53.3 ในเดือนมิ.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 54.0 หลังจากพุ่งแตะระดับ 54.0 ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2565
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 114,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 172,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.3% ในเดือนมิ.ย.







