thansettakij
thansettakij
ทองคำยังเสี่ยงปรับฐาน หลังถูกกดดันจากเฟด-ดอลลาร์แข็ง จุดซื้อสะสม 61,800-62,100 บาท

ทองคำเสี่ยงปรับฐาน หลังถูกกดดันจากเฟด-ดอลลาร์แข็ง จุดซื้อสะสม 61,800-62,100 บาท

02 ก.ค. 69 | 04:01 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ก.ค. 69 | 04:07 น.

ทองคำระยะสั้นยังถูกกดดันจากเฟด ดอลลาร์แข็งค่า และบอนด์ยีลด์สูง แต่ระยะยาวยังมีปัจจัยหนุนจากการซื้อของธนาคารกลางและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ แนะรอซื้อที่ 61,800-62,100 บาท มากกว่าไล่ซื้อช่วงรีบาวด์

KEY

POINTS

  • ราคาทองคำยังมีความเสี่ยงที่จะปรับฐานลง จากแรงกดดันของเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและนโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
  • ปัจจัยลบหลักคือการที่เฟดอาจลดสภาพคล่องและคงดอกเบี้ยสูง ซึ่งจะหนุนให้ดอลลาร์แข็งและผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ สูงขึ้น ทำให้ทองคำน่าสนใจน้อยลง
  • นักวิเคราะห์แนะนำให้รอจังหวะทยอยเข้าซื้อสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาในกรอบแนวรับ 61,800 - 62,100 บาท

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดมุมมองต่อตลาดทองคำว่า ราคาทองคำยังคงเผชิญแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดของเฟด

ดอลลาร์แข็ง - Bond Yield สหรัฐฯ พุ่ง

ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์มองว่า ประเด็นที่ตลาดยังให้น้ำหนักไม่เต็มที่คือ แนวทางการดำเนินนโยบายของ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ซึ่งมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการลดสภาพคล่องในระบบการเงินควบคู่กับการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ย เพื่อสนับสนุนเสถียรภาพของค่าเงินดอลลาร์และควบคุมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

การลดสภาพคล่อง หมายถึง การดึงเม็ดเงินบางส่วนออกจากระบบการเงิน ส่งผลให้ภาวะการเงินตึงตัวขึ้น ต้นทุนทางการเงินอยู่ในระดับสูง หากเฟดเดินหน้าลดสภาพคล่องควบคู่กับการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง จะยิ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูง

ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ขณะเดียวกัน นักลงทุนอาจทยอยเพิ่มสัดส่วนการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และเงินสดมากขึ้น ส่งผลให้แรงซื้อทองคำในระยะสั้นยังมีแนวโน้มชะลอตัว

แบงก์ชาติรุกสะสมทองคำ

แม้ภาพระยะสั้นยังถูกกดดัน แต่หากพิจารณาปัจจัยพื้นฐานระยะยาว ทองคำยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากการเข้าซื้อสะสมของธนาคารกลางทั่วโลก การกระจายความเสี่ยงออกจากเงินดอลลาร์ รวมถึงความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยจำกัด Downside ของราคาทองคำในระยะยาว

ดังนั้น ฝ่ายวิเคราะห์จึงมองว่าการอ่อนตัวในระยะนี้ควรติดตามการสร้างฐานราคาและสัญญาณการกลับเข้าซื้อของนักลงทุนสถาบันอย่างใกล้ชิด

“ปัจจัยที่ต้องติดตามมากที่สุดในระยะนี้ คือ ทิศทางของค่าเงินดอลลาร์ สภาพคล่องในระบบการเงิน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หากดอลลาร์ยังแข็งค่าและ Bond Yield ทรงตัวในระดับสูง ราคาทองคำมีแนวโน้มถูกกดดันต่อเนื่อง แต่หากเริ่มเห็นสัญญาณการผ่อนคลายนโยบายการเงิน หรือค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญ ก็อาจเป็นปัจจัยที่ช่วยให้ราคาทองคำกลับมาฟื้นตัวได้ นักลงทุนจึงควรติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญและถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางสภาพคล่องและแนวโน้มตลาดในระยะต่อไป"

กรอบทยอยสะสม 62,100 - 61,800 บาท 

ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงมองว่า ราคาทองคำอยู่ในแนวโน้มขาลง แม้ระยะสั้นอาจเห็นแรงรีบาวด์ทางเทคนิค เนื่องจากราคาเริ่มเข้าสู่เขต Oversold จึงแนะนำให้นักลงทุน รอจังหวะแบ่งขายทำกำไรหรือทยอยลดสถานะ หากราคาดีดตัวขึ้นเข้าใกล้แนวต้านบริเวณ 4,150 - 4,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 65,000–65,800 บาท

เพราะหากยังไม่สามารถผ่านโซนดังกล่าวได้ การฟื้นตัวครั้งนี้ยังมีแนวโน้มเป็นเพียงการรีบาวด์ระยะสั้น และมีโอกาสกลับมาเผชิญแรงขายอีกครั้ง ส่วนผู้ที่ต้องการลงทุนฝั่งซื้อ แนะนำรอทยอยสะสมเมื่อราคาปรับตัวลงใกล้แนวรับ 3,925 - 3,870 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 62,100 - 61,800 บาท ซึ่งเป็นโซนที่มีความน่าสนใจสำหรับการเข้าลงทุนมากกว่าการไล่ซื้อระหว่างที่ราคากำลังรีบาวด์