
ค่าเงินเยนอ่อนสุดรอบ 40 ปี จับตาญี่ปุ่นแทรกแซงตลาดเงินอีกระลอก
ค่าเงินเยนดิ่งแรงสุดในรอบ 4 ทศวรรษ ญี่ปุ่นเตรียมมาตรการรับมือ หลังหลุดระดับต่ำสุดรอบ 40 ปี BOJ ขึ้นดอกเบี้ยยังเอาไม่อยู่ จับตารัฐอัดมาตรการพยุง
KEY
POINTS
- เงินเยนอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี ที่ 162.52 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ
- ทางการญี่ปุ่นส่งสัญญาณว่าพร้อมดำเนินมาตรการที่เหมาะสม รวมถึงการเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อรับมือกับความผันผวนของค่าเงิน
- สาเหตุหลักของการอ่อนค่ายังคงมาจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่สูงระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ซึ่งกระตุ้นให้เกิดธุรกรรม carry trade
- ก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ญี่ปุ่นได้ใช้เงินกว่า 11.7 ล้านล้านเยนเพื่อพยุงค่าเงินมาแล้ว
สกุลเงินเยนของญี่ปุ่นอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปีในวันที่ 30 มิ.ย. 69 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หรือนับตั้งแต่ปี 2529 ส่งผลให้นักลงทุนจับตาโอกาสที่ทางการญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงค่าเงินเยน
ข้อมูลของ LSEG ระบุว่า เยนอ่อนค่าลงสู่ระดับ 162.52 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 4 ทศวรรษ
นางซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น ระบุว่า รัฐบาลพร้อมดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อรับมือต่อความเคลื่อนไหวของค่าเงินที่ผันผวนมากเกินไป ซึ่งรวมถึงการดำเนินการอย่างเด็ดขาด ตามที่ญี่ปุ่นและสหรัฐได้ยืนยันร่วมกัน
เตรียมเข้าแทรกแซงตลาดเงิน
นายมิโนรุ คิฮาระ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ระบุในการแถลงข่าวว่า รัฐบาลจะเดินหน้าสร้างระบบเศรษฐกิจที่จะได้รับผลกระทบน้อยลงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงเตรียมความพร้อมที่จะเข้าแทรกแซงตลาดเงิน หากมีความจำเป็น
อย่างไรก็ดี ได้ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับระดับค่าเงินเยนในปัจจุบัน
นางจูเลีย หวัง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนประจำภูมิภาคเอเชียเหนือของบริษัทโนมูระ กล่าวว่า ญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตรา หลังเยนดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ
เยนอ่อนเพิ่มความกังวลในประเทศ
นางหวังระบุว่า แม้ตามหลักการแล้ว การแทรกแซงจะไม่ได้ผูกติดกับระดับอัตราแลกเปลี่ยนที่แน่นอน แต่การที่เงินเยนร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดใหม่ของวัฏจักร ก็อาจเพิ่มความกังวลภายในประเทศเกี่ยวกับการอ่อนค่าของสกุลเงิน และทำให้ความเป็นไปได้ที่ทางการญี่ปุ่นจะดำเนินการเพิ่มสูงขึ้น
การแทรกแซงไม่ควรขึ้นอยู่กับระดับอัตราแลกเปลี่ยนเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับลักษณะของการเคลื่อนไหวของค่าเงิน โดยเฉพาะคู่เงินดอลลาร์-เยน นี่เป็นระดับสูงสุดใหม่ของวัฏจักร และอาจเป็นระดับที่มีความอ่อนไหว ซึ่งจะจุดชนวนความวิตกเกี่ยวกับการอ่อนค่าของเยนภายในประเทศอีกครั้ง
นอกจากนี้ แนวโน้มโดยรวมของเยนยังคงอ่อนแอ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทนที่แท้จริงระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐยังคงมีความแตกต่างกันอย่างมาก ซึ่งเอื้อต่อการทำธุรกรรม carry trade โดยนักลงทุนจะกู้ยืมในสกุลเงินเยนซึ่งมีต้นทุนต่ำ เพื่อนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าในต่างประเทศ ส่งผลให้เยนเผชิญแรงกดดันให้อ่อนค่าลงต่อไป
ไม่คิดว่านี่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดเปลี่ยนทิศทาง เพราะการแทรกแซงไม่น่าจะเปลี่ยนแนวโน้มระยะยาวของค่าเงินได้
ในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นใช้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศมากกว่า 11.7 ล้านล้านเยน หรือราว 72,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อพยุงค่าเงินเยน
เมื่อวันที่ 30 เม.ย. เยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 160.39 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ มาอยู่ที่ 156.6 เยน ทำให้มีการคาดการณ์ว่าทางการญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงตลาด จากนั้นเยนได้แข็งค่าต่อเนื่องแตะระดับ 155 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐในวันถัดมา ก่อนที่จะกลับมาอ่อนค่าลงอีกครั้ง
เมื่อไม่นานมานี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 1% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 30 ปี ขณะที่ผู้กำหนดนโยบายยังคงเดินหน้าปรับนโยบายการเงินกลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2567
การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ดังกล่าว ถือเป็นการปรับขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2568 ซึ่งในขณะนั้น BOJ ได้ปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นสู่ระดับ 0.75% ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของญี่ปุ่นอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2538





