thansettakij
thansettakij
ทองคำหลุด 4,000 ดอลลาร์ YLG Futures ชี้ Fed เข้ม ดอลลาร์แข็ง กดตลาดโลหะมีค่าร่วง

ทองคำหลุด 4,000 ดอลลาร์ YLG Futures ชี้ Fed เข้ม ดอลลาร์แข็ง กดตลาดโลหะมีค่าร่วง

25 มิ.ย. 69 | 05:33 น.
อัปเดตล่าสุด :25 มิ.ย. 69 | 05:33 น.

YLG Futures ชี้ราคาทองคำโลกหลุด 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ กลับเข้าสู่แนวโน้มอ่อนตัวจากแรงกดดัน Fed และดอลลาร์แข็งค่า ขณะที่โลหะเงินร่วงแรง แนะกลยุทธ์ดีดขาย-ย่อซื้อคืน

KEY

POINTS

  • ราคาทองคำโลกร่วงลงต่ำกว่าระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้ภาพรวมกลับเข้าสู่แนวโน้มอ่อนตัว
  • YLG Futures วิเคราะห์ว่าปัจจัยกดดันหลักมาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ และความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะยังคงนโยบายการเงินที่เข้มงวด
  • การปรับตัวลงของราคาทองคำได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปยังตลาดโลหะมีค่าอื่น ๆ โดยเฉพาะโลหะเงินที่ปรับตัวร่วงลงอย่างรุนแรง
  • แม้จะมีสัญญาณทางเทคนิคบ่งชี้ภาวะขายมากเกินไป (Oversold) ซึ่งอาจทำให้เกิดการดีดตัวระยะสั้น แต่ภาพรวมตลาดยังคงเปราะบางและมีความเสี่ยงปรับฐานลงต่อ

YLG Futures ประเมินราคาทองคำโลกกลับเข้าสู่แนวโน้มอ่อนตัว หลังหลุดแนวรับสำคัญ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่โลหะเงินร่วงแรงตาม สะท้อนแรงขายในตลาดโลหะมีค่าที่ถูกกดดันจากค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าและความกังวลว่า Fed อาจเดินหน้านโยบายการเงินเข้มงวดต่อ แม้สัญญาณทางเทคนิคบางส่วนเริ่มบ่งชี้ภาวะ Oversold และมีโอกาสเกิดแรงรีบาวด์ระยะสั้น

ทองคำหลุด 4,000 ดอลลาร์ สัญญาณปรับฐานรอบใหม่

ราคาทองคำโลกเผชิญแรงขายอย่างหนักจนหลุดระดับจิตวิทยาสำคัญที่ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดย YLG Futures ระบุว่า ราคาทองคำ Spot ปิดภาคกลางคืนที่บริเวณ 3,992.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่งผลให้ภาพรวมทางเทคนิคกลับเข้าสู่แนวโน้มอ่อนตัวอีกครั้ง

การหลุดระดับ 4,022 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญทางเทคนิค ได้กระตุ้นแรงขายเพิ่มเติมจากนักลงทุนที่ถือสถานะซื้อ รวมถึงแรงขายตามระบบ (Technical Selling) ส่งผลให้การปรับฐานของราคาทองคำลึกกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า

สัญญาณ Oversold เริ่มปรากฏ ลุ้นแรงดีดกลับระยะสั้น

แม้ภาพรวมยังเป็นลบ แต่ YLG Futures มองว่าราคาทองคำเริ่มเข้าสู่ภาวะ Oversold หลังถูกเทขายต่อเนื่อง และเริ่มเห็นสัญญาณ Bullish Divergence ในดัชนี RSI หลายกรอบเวลา

 

สัญญาณดังกล่าวสะท้อนว่าแรงขายอาจเริ่มอ่อนกำลังลง และเปิดโอกาสให้ราคาทองคำเกิด Technical Rebound ได้ในระยะสั้น หากยังสามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญได้

โดยแนวรับที่ต้องติดตามอยู่ที่ 3,959 ดอลลาร์ 3,900 ดอลลาร์ และ 3,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวต้านสำคัญอยู่บริเวณ 4,098 ดอลลาร์ 4,144 ดอลลาร์ และ 4,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Fed เข้มงวด-ดอลลาร์แข็ง กดดันทองคำต่อเนื่อง

ปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดทองคำในรอบนี้มาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ และการที่นักลงทุนกลับมาให้น้ำหนักมากขึ้นต่อโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจคงท่าทีเข้มงวดด้านนโยบายการเงิน หรือแม้แต่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม

เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ปรับสูงขึ้น ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้เงินทุนบางส่วนไหลออกจากตลาดทองคำ

นอกจากนี้ ยังมีแรงกดดันจากการที่นักวิเคราะห์บางสำนักทยอยปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำในระยะถัดไป หลังมองว่าดอลลาร์แข็งค่าและบอนด์ยีลด์ที่อยู่ในระดับสูงจะยังเป็นปัจจัยถ่วงตลาดโลหะมีค่า

โลหะเงินร่วงแรง สะท้อนแรงขายทั้งกลุ่ม Precious Metals

ไม่เพียงแต่ทองคำเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่ราคาโลหะเงินยังปรับตัวลดลงในอัตราที่รุนแรงกว่า สะท้อนแรงขายที่กระจายตัวไปทั่วทั้งตลาดโลหะมีค่า

YLG Futures ระบุว่า ความกังวลเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยของ Fed เป็นปัจจัยหลักที่กดดันราคาโลหะเงินเช่นเดียวกับทองคำ โดยตลาดเริ่มเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปมากขึ้น

ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าปัจจัยมหภาคยังเป็นตัวกำหนดทิศทางหลักของตลาด ไม่ว่าจะเป็นค่าเงินดอลลาร์ อัตราดอกเบี้ย และการลดความเสี่ยงของนักลงทุนในภาวะตลาดผันผวน

YLG แนะ “ดีดขาย-ย่อซื้อคืน” จับตาแนวรับ 3,959 ดอลลาร์

ด้านกลยุทธ์การลงทุน YLG Futures แนะนำให้นักลงทุนใช้จังหวะการรีบาวด์เป็นโอกาสเปิดสถานะขาย หากราคาทองคำยังไม่สามารถผ่านแนวต้านบริเวณ 4,098-4,144 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้

สำหรับจุดตัดขาดทุน แนะนำให้พิจารณาหากราคาผ่านระดับ 4,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่การปิดสถานะขายเพื่อทำกำไรสามารถพิจารณาได้หากราคายังไม่หลุดโซน 3,970-3,959 ดอลลาร์ต่อออนซ์

อย่างไรก็ตาม หากราคาหลุดต่ำกว่า 3,959 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนควรชะลอการเข้าซื้อคืนและรอประเมินแนวรับถัดไป

 

จับตา PCE และถ้อยแถลง Fed ชี้ทิศทางตลาด

ในระยะสั้น นักลงทุนทั่วโลกยังคงจับตาการประกาศดัชนีเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed ซึ่งอาจส่งผลโดยตรงต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร

หากตัวเลขเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าคาด อาจยิ่งหนุนมุมมองการดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวด และกดดันราคาทองคำต่อเนื่อง แต่หากเงินเฟ้อเริ่มชะลอลง ตลาดอาจกลับมาคาดหวังการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ซึ่งจะช่วยหนุนให้ทองคำมีโอกาสฟื้นตัวได้

ตลาดทองคำยังเปราะบาง แม้มีโอกาสรีบาวด์

ภาพรวมตลาดทองคำในปัจจุบันยังอยู่ในภาวะเปราะบาง แม้จะเริ่มมีสัญญาณ Oversold และมีโอกาสเกิดแรงซื้อกลับทางเทคนิค แต่ตราบใดที่ราคายังไม่สามารถกลับมายืนเหนือระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างมั่นคง ความเสี่ยงของการปรับฐานลงต่อยังคงมีอยู่

นักลงทุนจึงควรติดตามทั้งปัจจัยทางเทคนิคและปัจจัยมหภาคอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินจังหวะลงทุนในช่วงที่ตลาดยังมีความผันผวนสูง