
อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ 18 มิ.ย.69 บาทอ่อนค่าแตะ 32.67 บาท รับเฟดส่งสัญญาณเข้ม
เงินบาทอ่อนค่าแตะ 32.67 บาทต่อดอลลาร์ หลังเฟดส่งสัญญาณ Hawkish ผ่าน Dot Plot และปรับคาดการณ์เงินเฟ้อสูงขึ้น ตลาดเพิ่มน้ำหนักเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยเดือนต.ค. หนุนดอลลาร์แข็ง
KEY
POINTS
- เงินบาทเปิดตลาดอ่อนค่าลงแตะระดับ 32.67 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
- สาเหตุหลักมาจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณนโยบายการเงินที่เข้มงวดกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
- สัญญาณดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น และหนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่า
- ตลาดปรับมุมมองใหม่ โดยคาดว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นในเดือนตุลาคม จากเดิมที่คาดว่าเป็นช่วงปลายปี
เงินบาทเปิดอ่อนค่ามาที่ 32.65-32.67 บาทต่อดอลลาร์ หลังผลประชุมเฟดส่งสัญญาณเข้มงวดกว่าคาด ดันบอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งและหนุนเงินดอลลาร์แข็งค่า ขณะที่ตลาดเริ่มปรับมุมมองใหม่ คาดเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้นในเดือนต.ค. จากเดิมที่คาดปลายปี จับตาฟันด์โฟลว์ต่างชาติ สถานการณ์ตะวันออกกลาง และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐเป็นปัจจัยชี้นำทิศทางค่าเงินบาทระยะสั้น
นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดเปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้อ่อนค่าลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 32.65-32.67 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับระดับปิดตลาดวันก่อนหน้าที่ 32.58 บาทต่อดอลลาร์ โดยการอ่อนค่าของเงินบาทเป็นไปในทิศทางเดียวกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย ท่ามกลางแรงหนุนของเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง หลังตลาดตอบรับผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในเชิงเข้มงวดมากกว่าที่คาด
ปัจจัยสำคัญที่หนุนค่าเงินดอลลาร์มาจากการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Bond Yield) โดยพันธบัตรอายุ 2 ปี ปรับเพิ่มขึ้น 15 จุดพื้นฐาน (bps.) สู่ระดับ 4.20% ขณะที่พันธบัตรอายุ 10 ปี ปรับขึ้น 6 จุดพื้นฐาน มาอยู่ที่ระดับ 4.49% สะท้อนมุมมองของนักลงทุนที่เชื่อว่าเฟดอาจจำเป็นต้องคงนโยบายการเงินเข้มงวดต่อไปอีกระยะ
ตลาดเร่งคาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด
แม้ผลการประชุมเฟดล่าสุดจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า แต่รายละเอียดที่ออกมากลับสร้างความกังวลให้กับนักลงทุน เนื่องจาก Dot Plot ชุดใหม่ของเฟดสะท้อนโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในอนาคต
สัญญาณดังกล่าวแตกต่างจาก Dot Plot ในการประชุมเดือนมีนาคม ซึ่งยังชี้ไปในทิศทางของการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้นักลงทุนปรับมุมมองใหม่ โดยเริ่มให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่เฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม เร็วกว่าที่ก่อนหน้านี้คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม
เงินเฟ้อสหรัฐยังเป็นโจทย์ใหญ่
อีกปัจจัยที่ทำให้ตลาดกังวล คือ การที่เฟดปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) ในปี 2569 ขึ้นเป็น 3.3% จากเดิม 2.7% การปรับประมาณการดังกล่าวสะท้อนว่า เฟดยังมองความเสี่ยงเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง และอาจใช้เวลานานกว่าที่คาดในการดึงอัตราเงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมายระยะยาวที่ระดับ 2%
มุมมองดังกล่าวส่งผลให้ตลาดกลับมาคาดการณ์ว่าเฟดอาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนเงินดอลลาร์และกดดันสกุลเงินในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงเงินบาท
จับตาฟันด์โฟลว์-ตะวันออกกลาง-ประชุมแบงก์ชาติสำคัญ
สำหรับทิศทางค่าเงินบาทในระยะสั้น ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวไว้ที่ 32.60-32.75 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามยังคงเป็นการตอบรับของตลาดต่อผลการประชุมเฟด รวมถึงทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนต่างชาติ
นอกจากนี้ นักลงทุนยังต้องติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาพลังงานและกระแสเงินทุนโลก ตลอดจนผลการประชุมธนาคารกลางอินโดนีเซียและธนาคารกลางอังกฤษ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางค่าเงินในภูมิภาค
ขณะเดียวกัน ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญในสัปดาห์นี้ อาทิ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีแนวโน้มภาคธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย จะเป็นข้อมูลที่ตลาดใช้ประเมินความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐ และทิศทางนโยบายการเงินของเฟดในระยะถัดไป







