
ไขความลับ SpaceX ขาดทุน 5 พันล้านแต่ทำไม IPO ปั้น Elon Musk เป็นเศรษฐีล้านล้านคนแรก?
“อดีตรอง กสทช.” ไขความลับ ทำไม SpaceX ที่ "ขาดทุนยับ" ถึงเป็น IPO ประวัติศาสตร์ที่ปั้นให้ Elon Musk เป็นเศรษฐีล้านล้านคนแรกของโลก?
KEY
POINTS
- การทำ IPO ของ SpaceX ประสบความสำเร็จอย่างสูง ส่งผลให้ Elon Musk กลายเป็นเศรษฐีระดับล้านล้านดอลลาร์คนแรก แม้บริษัทจะมีผลขาดทุนเกือบ 5 พันล้านดอลลาร์
- นักลงทุนไม่ได้ซื้อผลกำไรในปัจจุบัน แต่ยอมจ่ายในราคาสูงเพื่อซื้อ "เรื่องราวแห่งอนาคต" ที่ขับเคลื่อนโดย 3 ธุรกิจหลัก คือ บริการขนส่งอวกาศ, Starlink และ Starshield
- กุญแจสำคัญที่ทำให้ IPO ประสบความสำเร็จคือการนำเสนอว่าธุรกิจ Starlink เริ่มมีกำไรแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ทรงพลังที่สุด แม้อาจเกิดจากการใช้เทคนิคทางการเงินโยกย้ายต้นทุนก็ตาม
ภายหลังจาก Elon Musk นำหุ้น SpaceX เข้าระดมทุนในตลาดแนสแด็ก เมื่อวันศุกร์ที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยราคาหุ้น IPO จำหน่ายในราคา 150 ดอลลาร์ต่อหุ้น หลังจากปิดตลาด ทำให้มูลค่าหุ้นที่ มัสก์ ถือครองใน SpaceX เพิ่มเป็นมากกว่า 766,000 ล้านดอลลาร์ และเมื่อรวมกับหุ้นใน Tesla ซึ่งมีมูลค่าราว 280,000 ล้านดอลลาร์ มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของ มัสก์ จากทั้งสองบริษัท ณ วันศุกร์ (12) จึงอยู่ที่ประมาณ 1.05 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
วันนี้ 13 มิ.ย. 69 พันเอก ดร.นที ศุกลรัตน์ อดีตรองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และ อดีตประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. ได้โพสต์ เคยสงสัยมั๊ย ว่า บริษัทที่จะพามนุษย์ไปอยู่ดาวอังคาร เอาเงินจากไหน?
โลกการเงินต้องจารึก เมื่อ SpaceX ทำ IPO มูลค่าสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา เป็น "ปรากฏการณ์ทุนนิยม" ที่น่าศึกษาที่สุดของยุคนี้
เกิดอะไรขึ้นในวันเปิดตลาด ?
-
เปิดตลาด 150 ดอลลาร์ พุ่งไปปิดวันแรก 161 ดอลลาร์ (บวก 19%) จากราคาจอง 135 ดอลลาร์
-
SpaceX ทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นบริษัทอันดับ 6 ของสหรัฐฯ
-
Elon Musk ก้าวขึ้นเป็น "เศรษฐีระดับล้านล้านดอลลาร์" คนแรกของโลก
หุ้นหลักล้านล้าน... ที่ยังไม่มีกำไร
เป็นการเดิมพัน "สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต" ล้วนๆ เพราะมูลค่า IPO สูงถึง 95 เท่าของรายได้ย้อนหลัง (แค่รายได้ ไม่ใช่กำไร)
ในหนังสือชี้ชวน SpaceX มีผลขาดทุนสุทธิเกือบ 5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 มีสาเหตุหลักจากการลงทุนซื้อชิป GPU ให้กับธุรกิจ XAI
เสาหลักทั้ง 3 และมายากลทางการเงินของ Elon Musk
นักลงทุนซื้ออะไร ? คำตอบคือการซื้อ "Story ที่ทรงพลัง" และวิธีคิดแบบที่จับอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูงมาผสมกับแนวคิด Tech Startup โดยขับเคลื่อนด้วยขุมทรัพย์ 3 เสาหลัก:
- บริการขนส่งอวกาศ: รับจ้างส่งดาวเทียมและนักบินในราคาถูก
- Starlink: บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่หวังโกยรายได้แบบสม่ำเสมอ (Recurring Revenue)
- Starshield: โครงข่ายดาวเทียมความมั่นคงเพื่อรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ
จุดพีคอยู่ตรงนี้
ทุกโปรเจกต์เผาเงินมหาศาล มีเพียง "Starlink" ที่เริ่มแสดงให้เห็นว่า "มีกำไร" แต่อาจมาจากการใช้ "เครื่องมือทางการเงิน" โดยโยกย้ายต้นทุนของ Starlink ไปฝากไว้กับโปรเจกต์อื่น ทำให้ดูต้นทุนต่ำลงจนเริ่มมีกำไรโชว์ให้นักลงทุนเห็น
Story ที่ขายได้แพงที่สุดของ SpaceX ตอนนี้ จึงไม่ใช่การไปดาวอังคาร แต่คือ "รายได้จาก Starlink" ที่ถูกปั้นแต่งขึ้นมาอย่างทรงพลัง
บทสรุปที่รอการพิสูจน์
ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ไม่เคยมีบริษัทไหนทำโครงข่ายดาวเทียมวงโคจรต่ำเพื่อให้บริการบรอดแบนด์แล้ว "มีกำไร" ได้มาก่อนเลย
ในฐานะที่ผมเคยทำงานที่ Qualcomm ในโครงการ GlobalStar ซึ่งเป็นการให้บริการในลักษณะเดียวกับ Starlink ในตอนต่อไป จะมาเจาะลึกและตอบคำถามสำคัญที่สุด: ธุรกิจลักษณะเดียวกันในอดีตต่างก็ล้มเหลว แล้ว Starlink จะทำสำเร็จได้หรือไม่?.







