
ดาวโจนส์ปิดตลาดร่วง 80.77 จุด S&P500-Nasdaq บวกแรง หุ้นชิปฟื้นตัวรับแรงช้อนซื้อ
ตลาดหุ้นสหรัฐผันผวน ดาวโจนส์ปิดตลาดร่วงแต่ Nasdaq พุ่ง 220 จุด นำโดยหุ้น AI-ชิปฟื้นตัวแรง ด้าน SpaceX เตรียม IPO ประวัติศาสตร์ นักลงทุนจับตาบททดสอบมูลค่าหุ้น AI ครั้งใหญ่
KEY
POINTS
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 80.77 จุด สวนทางกับดัชนี S&P500 และ Nasdaq ที่ปรับตัวสูงขึ้น
- ตลาดได้รับแรงหนุนสำคัญจากการที่นักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป หลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักก่อนหน้านี้
- ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยพุ่งขึ้นถึง 5.6%
- ปัจจัยบวกเพิ่มเติมมาจากข่าวที่อิสราเอลและอิหร่านยุติการโจมตีกัน ซึ่งช่วยคลายความกังวลในตะวันออกกลาง
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันจันทร์ (8 มิ.ย.) ส่วนดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดบวก
โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนช้อนซื้อหุ้นกลุ่มบริษัทผลิตชิป หลังจากหุ้นกลุ่มดังกล่าวดิ่งลงอย่างหนักเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (5 มิ.ย.)
นอกจากนี้ บรรยากาศการซื้อขายโดยรวมยังได้ปัจจัยบวกจากข่าวอิสราเอลและอิหร่านประกาศยุติการโจมตีแต่ละฝ่าย ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 50,786.01 จุด ลดลง 80.77 จุด หรือ -0.16%
- ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,405.73 จุด เพิ่มขึ้น 21.99 จุด หรือ +0.30%
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,929.66 จุด เพิ่มขึ้น 220.23 จุด หรือ +0.86%
ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดอ่อนแรงลง หลังจากหุ้น Apple ร่วงลง 1.9% แม้ว่าบริษัทประกาศเปิดตัวฟีเจอร์อัปเกรดปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) หลายรายการบนระบบผู้ช่วยเสียงอัจฉริยะ Siri
บรรยากาศการซื้อขายในตลาดได้รับแรงหนุนจากข่าวอิสราเอลและอิหร่านประกาศยุติการโจมตีแต่ละฝ่าย ตามคำเรียกร้องของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลังจากทั้งสองฝ่ายได้เปิดฉากโจมตีกันเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการเผชิญหน้ากันโดยตรงครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่มีการทำข้อตกลงหยุดยิงในเดือนเม.ย.
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนี S&P500 โดยพุ่งขึ้น 1.5% ตามด้วยหุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้น 1.1%
ส่วนหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคทำผลงานย่ำแย่ที่สุด โดยร่วงลง 1.92% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ร่วงลง 1.63%
ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia SE Semiconductor Index) พุ่งขึ้น 5.6% โดยฟื้นตัวขึ้นหลังจากดิ่งลงอย่างหนักเมื่อวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันที่มูลค่าตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ หายไปถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ หลังจากบริษัท Broadcom ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐฯ เปิดเผยผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาด รวมทั้งความวิตกกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ หลังตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ออกมาสูงเกินคาด
ทั้งนี้ หุ้น Broadcom ปิดตลาดดีดตัวขึ้น 2.8% ในวันจันทร์ ส่วนหุ้น Intel ทะยานขึ้น 11.2% หลังจากเว็บไซต์ข่าว The Information รายงานว่าบริษัท Google ได้จ้าง Intel ผลิตหน่วยประมวลผล TPU (Tensor Processing Unit) จำนวนกว่า 3 ล้านชิ้นในปี 2571
หุ้น Eli Lilly ซึ่งเป็นบริษัทผลิตยา ปรับตัวขึ้น 1.6% หลังจากผลการทดลองยา Retatrutide ซึ่งเป็นยาลดความอ้วนรุ่นใหม่ของบริษัทพบว่า ยาดังกล่าวสามารถช่วยลดความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ได้ นอกเหนือจากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลดน้ำหนักและบรรเทาอาการปวดเข่า
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันพุธนที่ 10 มิ.ย.69 รวมทั้งการเปิดตัวซื้อขายหุ้นของบริษัท SpaceX ของนายอีลอน มัสก์ ในวันศุกร์ที่ 12 มิ.ย. 69
โดยคาดว่าการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ของ SpaceX จะเป็นหนึ่งในการทำ IPO ที่มีมูลค่าสูงสุดในประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท และอาจเป็นบททดสอบครั้งสำคัญที่สุดของตลาดต่อกระแสการประเมินมูลค่าบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI







