
SET Index วันนี้ 10 มิ.ย. ปิดเช้าร่วงกว่า 10 จุด DELTA ฉุดตลาดหนัก
SET ปิดเช้าร่วง 10.75 จุด แตะ 1,573.39 จุด หลัง DELTA ถูกเทขายตามหุ้นเทคสหรัฐฯ ขณะที่เงินบาทอ่อนค่าใกล้ 33 บาท กดดันฟันด์โฟลว์ต่างชาติ ทิสโก้เตือนตลาดหุ้นไทยเปราะบาง พึ่งพา DELTA มากไป
KEY
POINTS
- ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ปิดตลาดภาคเช้าร่วงลง 10.75 จุด มาอยู่ที่ระดับ 1,573.39 จุด
- สาเหตุหลักมาจากการเทขายหุ้น DELTA อย่างหนัก ซึ่งได้รับแรงกดดันตามทิศทางหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐฯ
- ปัจจัยลบอื่น ๆ ที่กดดันตลาด ได้แก่ ความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง และเงินบาทที่อ่อนค่าซึ่งกระตุ้นให้เงินทุนต่างชาติไหลออก
- บล.ทิสโก้ชี้ว่าตลาดมีความเปราะบางสูงจากการพึ่งพาหุ้น DELTA มากเกินไป โดย DELTA มีส่วนผลักดันดัชนีเกือบ 60% ของการปรับขึ้นทั้งหมดตั้งแต่ต้นปี
ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าร่วง 10.75 จุด แตะ 1,573.39 จุด หลัง DELTA ถูกเทขายตามหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลเฟดอาจกลับมาขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่เงินบาทอ่อนค่าใกล้ 33 บาทต่อดอลลาร์ กดดันฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลออก ด้าน บล.ทิสโก้ ชี้ SET เปราะบาง เหตุ DELTA ดันดัชนีกว่า 180 จุดตั้งแต่ต้นปี
DELTA กดดันตลาด ฉุด SET ปิดเช้าร่วงกว่า 10 จุด
ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายภาคเช้าวันนี้ที่ 1,573.39 จุด ลดลง 10.75 จุด หรือ 0.68% มูลค่าการซื้อขาย 32,172 ล้านบาท โดยดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 1,568.25-1,591.59 จุด
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงตามทิศทางตลาดต่างประเทศ จากความกังวลว่าอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกอาจกลับเข้าสู่ทิศทางขาขึ้นอีกครั้ง หลังราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงเริ่มสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ
ขณะเดียวกัน ตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด ยังเพิ่มความกังวลว่าเงินเฟ้ออาจทรงตัวในระดับสูง ส่งผลให้นักลงทุนกลับมาประเมินความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงปลายปี
แรงขายหุ้นเทคฯ สหรัฐฯ ลามถึง DELTA
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดหุ้นไทยคือแรงขายในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะหุ้น DELTA ที่ปรับตัวลง 8 บาท หรือ 2.20% ปิดภาคเช้าที่ 356 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขายสูงกว่า 5,400 ล้านบาท
แรงขายดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ที่เผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง ขณะที่เงินบาทที่อ่อนค่าลงใกล้ระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์ ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการไหลออกของเงินทุนต่างชาติ ซึ่งขายสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่องเป็นวันที่ 2
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุดภาคเช้า
- DELTA มูลค่าซื้อขาย 5,405 ล้านบาท ปิด 356 บาท ลดลง 8 บาท
- GULF มูลค่าซื้อขาย 1,809 ล้านบาท ปิด 63.50 บาท ลดลง 0.25 บาท
- SCB มูลค่าซื้อขาย 1,693 ล้านบาท ปิด 138 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท
- KTB มูลค่าซื้อขาย 1,269 ล้านบาท ปิด 34.50 บาท ลดลง 0.50 บาท
- ADVANC มูลค่าซื้อขาย 1,262 ล้านบาท ปิด 357 บาท ลดลง 2 บาท
ทิสโก้เตือน SET เปราะบาง พึ่งพา DELTA มากเกินไป
ฝ่ายวิจัย บล.ทิสโก้ ระบุว่า การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทยในปีนี้มีความเปราะบางมากกว่าที่หลายฝ่ายประเมิน เนื่องจากแรงหนุนสำคัญมาจากหุ้น DELTA เพียงตัวเดียว โดยนับตั้งแต่ต้นปี ดัชนี SET ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 304 จุด โดย DELTA มีส่วนช่วยผลักดันดัชนีถึง 181 จุด หรือคิดเป็นเกือบ 60% ของการปรับขึ้นทั้งหมด
ทั้งนี้ หากตัดผลกระทบของ DELTA ออก ดัชนี SET จะอยู่เพียงบริเวณ 1,403 จุด สะท้อนว่าการฟื้นตัวของตลาดยังไม่กระจายตัวไปยังหุ้นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ DELTA ยังมีน้ำหนักในดัชนี SET สูงถึง 21.4% ขณะที่ ADVANC ซึ่งเป็นหุ้นอันดับ 2 มีน้ำหนักเพียง 5.2% เท่านั้น
ชี้ DELTA แพงกว่าหุ้นเทคโลก คงคำแนะนำ “ขาย”
บล.ทิสโก้ยังคงคำแนะนำ "ขาย" หุ้น DELTA โดยให้ราคาเหมาะสมปี 2569 ที่ 305 บาท
ฝ่ายวิจัยมองว่า ราคาหุ้นปัจจุบันมีมูลค่าค่อนข้างตึงตัว โดย DELTA ซื้อขายที่ระดับ P/E มากกว่า 100 เท่า ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีชั้นนำของเกาหลีใต้ เช่น Samsung และ SK Hynix มี P/E เพียงประมาณ 7 เท่า แม้จะมีแนวโน้มเติบโตของกำไรสูงกว่าก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ทิสโก้ยังมองว่าผลประกอบการ DELTA มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากการรับรู้รายได้ธุรกิจ Liquid Cooling และรายได้ค่าลิขสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง
จับตา CPI สหรัฐฯ คืนนี้ ชี้ชะตาตลาดโลก
ด้าน บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า ตลาดการเงินโลกกำลังกลับมาเผชิญภาวะผันผวนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังอิหร่านยิงเฮลิคอปเตอร์และโดรนของกองทัพสหรัฐฯ ตกบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ดีดกลับมายืนเหนือ 92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังรอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในคืนนี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยของ Fed และอาจกำหนดทิศทางสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกในระยะถัดไป
สำหรับแนวโน้มภาคบ่าย นักวิเคราะห์ประเมินว่าดัชนียังมีโอกาสเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยมีแนวรับสำคัญที่ 1,568 จุด และแนวต้านที่ 1,590 จุด







