
SET เสี่ยงย่อตัว กูรูชี้หุ้นเทค-สงครามกดตลาดทั่วโลก แนะถือหุ้นตั้งรับ
ตลาดหุ้นไทยเริ่มเผชิญแรงกดดันรอบใหม่ หลังข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ แข็งแกร่งเกินคาด จุดกระแสกังวลดอกเบี้ยสูงนาน ขณะสงครามอิหร่าน-อิสราเอลดันน้ำมันพุ่ง บล.พายแนะถือหุ้น Defensive ลดความเสี่ยงพอร์ต ชู TU-ITC หุ้นเด่น
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทย (SET) มีความเสี่ยงปรับตัวลง จากแรงกดดันของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกที่ปรับตัวลงแรง และสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
- ปัจจัยลบเพิ่มเติมมาจากความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ หลังตัวเลขการจ้างงานออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้
- นักวิเคราะห์แนะเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน โดยเน้นกลยุทธ์เลือกถือหุ้นกลุ่มตั้งรับ (Defensive) เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวน
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นไทยว่า จากความกังวลดอกเบี้ยได้กลับมาอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ รายงานการจ้างงานที่มากกว่านักวิเคราะห์ประเมินไว้ พร้อมกับเช้านี้น้ำมันดิบ +2.5% มีรายงานว่าทางอิหร่านโจมตีอิสราเอล เช้านี้ Tech Sector ปรับลงแรง (Kospi -8.4%) ด้าน SET INDEX บริเวณใกล้เคียง 1,600 จุด ไม่ใช่จุดที่ Valuation ถูก ควรเพิ่มความระมัดระวังต่อการลงทุน
โดย DJIA คืนวันศุกร์ปิดลบ 695 จุด (-1.4%) แต่อย่างไรก็ตาม SPX ปิดลบมากถึง 2.6% จากแรงขายหุ้นกลุ่ม TECH จากแรงกังวล เกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ย ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 2% นักลงทุนมองสถานการณ์ตะวันออกกลางมีแนวโน้มค่อยๆ ผ่อนคลาย ส่วนเช้านี้ Kospi -8.4% พร้อมกับการสู้รบกันของ IRAN กับอิสราเอล หนุนน้ำมันดิบ BRT +2.5%
ประกอบกับสหรัฐฯ ประกาศการจ้างงานนอกภาคเกษตรพบว่าเพิ่มขึ้น 1.7 แสนรายมากกว่าตลาดประเมินไว้ที่ 8.5 หมื่นรายแต่ % ว่างงาน ใกล้เคียงตลาดคาดไว้ ทำให้ตลาดกลับมากังวลกับดอกเบี้ยล่าสุด CME FED Watch เชื่อว่าการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มี.ค. ปี 2570 จะขึ้นดอกเบี้ย 0.25%
หากไปดูการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) เร่ง ตัวขึ้นโดยเฉพาะ 2 ปี แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทิศทาง US CPI ไม่น่าจะเร่งขึ้นแรงอย่างมีนัยยะ เพราะราคาน้ำมันดิบเริ่มค่อยๆ ลดลงในช่วงกลางเดือน พ.ค. - มิ.ย. เงินเฟ้อเดือน มิ.ย. จึงน่าจะลดลงจากเดือนก่อน โดยวันพุธสัปดาห์นี้แนะติดตาม US CPI ซึ่งตลาดคาดหมายไว้ที่ 4.2% หากต่ำกว่าคาดหมายมองเป็นปัจจัยหนุนต่อตลาดหุ้นและทองคำ
ด้านปัจจัยในประเทศนั้น หลังจากที่ทางกระทรวงพาณิชย์รายงานเงินเฟ้อเดือน พ.ค. (+2.8% จากปีก่อน) ซึ่งน้อยกว่านักวิเคราะห์คาดหมายไว้ที่ 3.1% สาเหตุหลักที่เร่ง CPI มาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ พร้อมกับราคาอาหารสำเร็จรูปปรับสูงขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม Bond Yield ไทยกลับทยอย ลดลงต่อเนื่องสะท้อนว่าเงินเฟ้อเริ่มไม่น่ากังวล
อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายประเมินดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) เสี่ยงปรับตัวลงในกรอบ 1,560 - 1,590 จุด รับแรงกดดันจากการ ปรับลงของหุ้น Tech US กดดัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าราคาหุ้น DELTA HANA KCE แกว่งตัวแบบ Sideway down อยู่
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนนั้น มองว่าด้วย Valuation SET เริ่มสูงควรเพิ่มการระมัดระวังลงทุน ระยะสั้นเลือกกลุ่มหุ้นตั้งรับ (Defensive) อาทิ CPALL BDMS CPN HMPRO SCB และ KBANK, กลุ่มสื่อสาร แนะนำ ADVANC และกลุ่มส่งออก อาทิ ITC TU ที่ได้รับปัจจัยหนุนเงินบาทอ่อนค่า เป็นต้น
หุ้นเด่นแนะนำ
- TU : โดยคาดว่าจะสามารถเจรจาปรับราคากับคู่ค้าได้ตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป (ราคาเป้าหมาย 15.00 บาท)
- ITC : จากรายงานผลประกอบการในไตรมาส 1/2569 ออกมาอยู่ที่ 871 ล้านบาท ดีกว่าที่คาดไว้ 8% ได้รับผลดีจากรายได้ที่เพิ่มถึง 22% จากปีก่อน (ราคาเป้าหมาย 19.70 บาท)







