thansettakij
thansettakij
‘ดาวโจนส์’ บวกทะลุ 51,300 จุด รับแรงซื้อหุ้น AI นักลงทุนจับตาสหรัฐฯ-อิหร่าน

‘ดาวโจนส์’ บวกทะลุ 51,300 จุด รับแรงซื้อหุ้น AI นักลงทุนจับตาสหรัฐฯ-อิหร่าน

03 มิ.ย. 69 | 00:41 น.

ดาวโจนส์บวก 229 จุด ดันดัชนีทะลุ 51,300 จุด รับแรงซื้อหุ้นกลุ่ม AI นักลงทุนจับตาการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านปิดดีลยุติสงคราม ตลาดเกาะติดทิศทางดอกเบี้ยเฟด

KEY

POINTS

  • ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดในแดนบวกทะลุระดับ 51,300 จุด
  • ตลาดได้รับแรงหนุนสำคัญจากแรงซื้อหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังบริษัทชั้นนำมีผลประกอบการและแนวโน้มที่แข็งแกร่ง
  • นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและภาวะเงินเฟ้อ

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (2 มิ.ย.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ต่างก็ปิดบวกเช่นกัน 

โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) 

ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน เพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือนและเพื่อให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดให้มีการสัญจรอีกครั้ง

  • ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 51,307.79 จุด เพิ่มขึ้น 228.91 จุด หรือ +0.45%
  • ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,609.78 จุด เพิ่มขึ้น 9.82 จุด หรือ +0.13% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 27,093.90 จุด เพิ่มขึ้น 7.09 จุด หรือ +0.03%

‘ดาวโจนส์’ บวกทะลุ 51,300 จุด รับแรงซื้อหุ้น AI นักลงทุนจับตาสหรัฐฯ-อิหร่าน

 

หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคพุ่งขึ้น 1.93% ตามด้วยหุ้นกลุ่มวัสดุพุ่งขึ้น 1.16% ส่วนหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวลงมากที่สุด โดยดิ่งลง 2.61% ตามด้วยหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ร่วงลง 1%

นักลงทุนยังคงมีมุมมองบวกเกี่ยวกับแนวโน้มธุรกิจ AI หลังจากบริษัท Hewlett Packard Enterprise ผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ AI เปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง 

และได้ปรับเพิ่มเป้าหมายทางการเงินระยะยาวให้เร็วขึ้นกว่าเดิมถึงสองปี ส่งผลให้หุ้น Hewlett Packard ทะยานขึ้น 19.5%

 

บริษัท Alphabet ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Google ประกาศแผนการระดมทุนมูลค่า 8 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อนำไปใช้ขยายการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระบบประมวลผล AI เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด 

Alphabet ระบุว่า โซลูชันและบริการ AI กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก ทั้งจากกลุ่มลูกค้าองค์กรและผู้บริโภคทั่วไป

หุ้น Marvell Technology ขึ้น 32.5% หลังจากเจนเซน หวง ซีอีโอของบริษัท Nvidia กล่าวว่า Marvell Technology จะเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นรายต่อไป และจะมีบทบาทสำคัญในการจัดหาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI โดย Nvidia ได้ลงทุนในบริษัท Marvell Technology มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์เมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา

ส่วนหุ้นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล ร่วงลงตามทิศทางราคาบิตคอยน์ โดยหุ้น Coinbase ร่วงลง 4.7% และหุ้น MicroStrategy ดิ่งลง 9.2%

นักลงทุนยังคงจับตาการเจรจาสันติภาพระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ โดยล่าสุดสำนักข่าว Mehr ของอิหร่านรายงานในอังคารว่า อิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม 

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า การเจรจาจะยังคงดำเนินต่อไป จนถึงขณะนี้ อิหร่านยังไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธร่างข้อตกลงฉบับล่าสุดจากสหรัฐฯ 

แหล่งข่าวระบุว่า อิหร่านกำลังใช้แนวทางที่แข็งกร้าว เนื่องจากมองว่าสหรัฐฯ มักจะไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง และอิหร่านยังคงไม่มีความไว้วางใจสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม สงครามที่ยืดเยื้อได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น ซึ่งทำให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง และเพิ่มความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้ 

ล่าสุดเบธ แฮมแมค ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์กล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจเป็นสิ่งจำเป็น หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน เพิ่มขึ้น 731,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 7.62 ล้านตำแหน่งในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี หรือตั้งแต่เดือนพ.ค. 2567 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 6.87 ล้านตำแหน่ง จากระดับ 6.89 ล้านตำแหน่งในเดือนมี.ค.

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์ที่ 5 มิ.ย. 69 ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 95,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 115,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.3% ในเดือนพ.ค.