
สงครามยืดเยื้อ! ทรัมป์ปัดข้อเสนออิหร่าน ดันเงินเฟ้อไทยพุ่งสูงสุดรอบ 3 ปี
วิกฤตพลังงานโลกยืดเยื้อ หลังทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนออิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ดันราคาพลังงานสูงต่อเนื่อง เงินเฟ้อไทยพุ่ง 2.89% สูงสุดรอบ 3 ปี จับตา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ผลบวกเศรษฐกิจ
ความตึงเครียดตะวันออกกลางยังไร้ทางออก หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธข้อเสนออิหร่านแลกเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานโลกยืดเยื้อ ขณะที่ไทยเผชิญแรงกดดันเงินเฟ้อพุ่งแตะ 2.89% สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี ท่ามกลางต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่เร่งตัว
ทรัมป์ปัดข้อเสนออิหร่าน เสี่ยงพลังงานโลกตึงตัวยาว
สถานการณ์ด้านพลังงานโลกยังมีแนวโน้มตึงตัวต่อเนื่อง หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านที่เรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการสู้รบทันที พร้อมยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและการปิดล้อมทางทะเล เพื่อแลกกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
ความล้มเหลวในการเจรจาครั้งนี้ ทำให้ตลาดยังคงกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง และเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อทั่วโลก
ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าสหรัฐฯ ยังเพิ่มขึ้น หลังศาลการค้าระหว่างประเทศตัดสินว่า การขึ้นภาษีนำเข้าตามมาตรา 112 ในอัตรา 10% ขัดต่อกฎหมาย สร้างความผันผวนต่อทิศทางการค้าโลกเพิ่มเติม
เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแกร่ง แต่เงินเฟ้อเริ่มกดดันกำลังซื้อ
แม้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เดือนเมษายน ขยายตัวสูงกว่า 100,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานลดลงต่ำสุดในรอบ 8 เดือน แต่แรงกดดันจากสงครามตะวันออกกลางเริ่มสะท้อนผ่านภาคเศรษฐกิจจริงมากขึ้น
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ลดลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ภาคบริการเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว ท่ามกลางความกังวลว่า ราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะเร่งเงินเฟ้อและกดดันต้นทุนครัวเรือน
นักวิเคราะห์มองว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอยในระยะสั้น แต่ความเสี่ยง stagflation หรือ “เงินเฟ้อสูง-เศรษฐกิจชะลอ” เริ่มถูกจับตามากขึ้น
จีนได้อานิสงส์ส่งออกบางกลุ่ม แต่เสี่ยงภาษีสหรัฐฯ รอบใหม่
ด้านจีน ความขัดแย้งตะวันออกกลางกลายเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงในเวลาเดียวกัน โดยต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นกดดันผู้ผลิตจีน ซึ่งยังไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้เต็มที่
อย่างไรก็ตาม ปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินกลับช่วยหนุนการส่งออกในบางอุตสาหกรรม เช่น แผงโซลาร์เซลล์ที่ขยายตัว 35% ในช่วง 3 เดือนแรกของปี และอะลูมิเนียมที่เพิ่มขึ้น 17%
แต่ผลบวกดังกล่าวอาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว เพราะสหรัฐฯ เตรียมขยายมาตรการภาษีนำเข้าตามมาตรา 232 ครอบคลุมสินค้าเพิ่มเติม ซึ่งอาจกระทบภาคการส่งออกจีนในระยะถัดไป
เงินเฟ้อไทยพุ่งสูงสุดรอบ 3 ปี จับตา “ไทยช่วยไทย” ดันแรงกดดันเพิ่ม
ประเทศไทยเริ่มเผชิญแรงกดดันด้านเงินเฟ้อชัดเจนมากขึ้น โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนเมษายนพุ่งขึ้นสู่ระดับ 2.89% จาก -0.08% ในเดือนมีนาคม ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี
สาเหตุหลักมาจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากสงครามตะวันออกกลาง ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นเป็น 0.83% สะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่เริ่มกระจายตัวในระบบเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนเมษายนยังลดลงสู่ระดับ 43.5 ต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปี จากความกังวลเรื่องต้นทุนและผลประกอบการ
นักเศรษฐศาสตร์ประเมินว่า เงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มเกินกรอบเป้าหมาย 1-3% ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป จากการทยอยส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการมายังผู้บริโภค รวมถึงการผ่อนคลายมาตรการตรึงราคาพลังงานของภาครัฐ
ขณะเดียวกัน มาตรการ “ไทยช่วยไทย” ที่ใช้งบส่วนหนึ่งจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แม้อาจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและลดพื้นที่ทางการคลังในระยะยาว รวมถึงอาจกระทบสภาพคล่องในระบบผ่านภาวะ crowding-out effect ได้เช่นกัน
ที่มา : ฝ่ายวิจัยกรุงศรี







