thansettakij
thansettakij
ไทยขึ้นแท่นหลุมหลบภัยเงินลงทุน เมย์แบงก์ชี้จังหวะ “วางพอร์ต” ในโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่าน

ไทยขึ้นแท่นหลุมหลบภัยเงินลงทุน เมย์แบงก์ชี้จังหวะ “วางพอร์ต” ในโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่าน

29 เม.ย. 69 | 05:10 น.
อัปเดตล่าสุด :29 เม.ย. 69 | 05:50 น.

ไทยถูกยกระดับเป็น “Safe Haven” รับเงินทุนโลก เมย์แบงก์ชี้ปี 2569 คือจังหวะวางพอร์ต ท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน แนะ 3 ธีมลงทุนหลัก คงเป้า SET 1,500 จุด รับแรงหนุน Double Engine และเมกะเทรนด์ใหม่

ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ จากแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของราคาพลังงาน และการปรับสมดุลของห่วงโซ่อุปทาน โลกการลงทุนในปี 2569 ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ “ผลตอบแทน” แต่คือการมองหา “ตำแหน่งที่เหมาะสม” ในระบบเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังก่อตัว

มุมมองดังกล่าวถูกสะท้อนผ่านเวที “Invest Thailand 2026” ที่เมย์แบงก์จัดขึ้น เพื่อเชื่อมโยงภาพเศรษฐกิจระดับภูมิภาคเข้ากับกลยุทธ์การลงทุน โดยชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังถูกจับตามองในฐานะ “หลุมหลบภัยเงินลงทุน” หรือ Safe Haven ที่มีศักยภาพในการสร้างสมดุลระหว่างเสถียรภาพและการเติบโต ในช่วงเวลาที่เงินทุนทั่วโลกกำลังเคลื่อนย้ายเพื่อแสวงหาความแน่นอน

“เมย์แบงก์” ประเมินว่า ปี 2569 จึงเป็น “จังหวะวางพอร์ต” ที่สำคัญของนักลงทุน โดยไม่ใช่เพียงการเลือกสินทรัพย์ แต่คือการจัดวางกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง พร้อมคงเป้าหมายดัชนี SET ที่ระดับ 1,500 จุด และแนะ 3 ธีมการลงทุนหลักเพื่อรองรับกระแสเงินทุนในระยะถัดไป

นายอารภัฏ สังขรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในงาน "Invest Thailand 2026" ว่า โลกการลงทุนในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีความไม่แน่นอนสูง แต่สิ่งที่นักลงทุนยังคงมองหาไม่เคยเปลี่ยน คือ ‘ความชัดเจนและความเชื่อมั่น’ ขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของรอบการลงทุนใหม่ เมย์แบงก์จึงได้จัดงาน "Invest Thailand 2026" นี้ ขึ้นเพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงมุมมองด้านเศรษฐกิจและการลงทุน เพื่อสนับสนุนให้นักลงทุนสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ บนพื้นฐานของข้อมูลที่มีคุณภาพและความเข้าใจที่ถูกต้องในจังหวะที่เหมาะสม

งาน "Invest Thailand 2026" ถูกออกแบบให้สะท้อนภาพการลงทุนที่ครบทุกมิติ ตั้งแต่ภาพรวมเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ไปจนถึงการวางกลยุทธ์พอร์ตการลงทุน เพื่อให้นักลงทุนสามารถวางตำแหน่งการลงทุนได้อย่างเหมาะสมกับจังหวะของตลาด และสามารถนำข้อมูลเชิงลึกไปประยุกต์ใช้ได้จริง

ไทยขึ้นแท่นหลุมหลบภัยเงินลงทุน เมย์แบงก์ชี้จังหวะ “วางพอร์ต” ในโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่าน

 

ไทยถูกวางเป็นจุดพักเงินที่ปลอดภัย

นายธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์ นักกลยุทธ์เศรษฐศาสตร์มหภาค กล่าวว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกและภูมิภาคอาเซียนเผชิญกับความผันผวนจากปัจจัยภายนอกอย่างต่อเนื่อง ตลาดหุ้นไทยในปี 2569 กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่น่าสนใจและเต็มไปด้วยโอกาสสำหรับนักลงทุนที่มองหาเสถียรภาพ ท่ามกลางสถานการณ์ที่เรียกว่า "Divergence"

ประเทศไทยถูกจัดวางอยู่ในตำแหน่งที่มีความได้เปรียบในฐานะจุดพักเงินที่ปลอดภัย หรือ “Safe Haven” ซึ่งในบริบทของเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง สะท้อนการยกระดับสู่ “Strategic Safe Haven” ของเงินลงทุนในภูมิภาค จากความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานและเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับหลายประเทศ

ขณะเดียวกัน ปัจจัยเสี่ยงจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะ “mini-stagflation” อย่างไรก็ตาม ตลาดเริ่มสะท้อนสมมติฐานว่าสถานการณ์จะไม่ยืดเยื้อ ทำให้ภาพรวมของภูมิภาคอาเซียนยังคงมีเสถียรภาพ โดยประเทศไทยยังคงอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพสูงในการรองรับความผันผวนดังกล่าว

 

Double Engine ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

แรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะนำพาเศรษฐกิจไทยในปีนี้มาจาก "Double Engine" หรือเครื่องยนต์คู่ นั่นคือการเร่งตัวของการลงทุนภาคเอกชนและการขยายตัวของการลงทุนภาครัฐ

ในฝั่งเอกชนนั้น เห็นได้ชัดจากตัวเลขการขอรับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่าง Data Center ที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งกำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของเศรษฐกิจ

ในระยะกลาง เมย์แบงก์มองว่าแนวโน้มดังกล่าวจะยังคงต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการลงทุนต่อ GDP จาก 20% เป็น 30% เพื่อผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตสู่ระดับ 3% ขณะที่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐในช่วงปี 2569–2571 มีมูลค่ารวมกว่า 1.1 ล้านล้านบาท ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

แม้จะมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและระดับหนี้สาธารณะที่อยู่ราว 70% ของ GDP แต่ยังไม่ถือเป็นอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากภาครัฐมีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการผ่านเครื่องมือทางการเงิน และรูปแบบการลงทุนร่วม (PPP)

 

FDI และโอกาสใหม่ของไทยในห่วงโซ่เศรษฐกิจโลก

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก แนวโน้มการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) กำลังถูกขับเคลื่อนโดยเมกะเทรนด์สำคัญ ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ การย้ายฐานการผลิต การลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

ประเทศไทยยังคงมีความโดดเด่นในฐานะหนึ่งในจุดหมายการลงทุนสำคัญของอาเซียน จากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ห่วงโซ่อุปทาน และศักยภาพในการรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็น Data Center, EV, Semiconductor และ BCG

ไทยขึ้นแท่นหลุมหลบภัยเงินลงทุน เมย์แบงก์ชี้จังหวะ “วางพอร์ต” ในโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่าน

 

ชู 3 กลุ่มหุ้นน่าลงทุน

นายจักร เรืองสินภิญญา กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ Maybank (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในมิติของตลาดทุน ทางฝ่ายยังคงประเมินเป้าหมายดัชนี SET Index สิ้นปี 2569 ไว้ที่ระดับ 1,500 จุด แม้มีการปรับประมาณการ GDP ลงมาอยู่ที่ 1.5% จากเดิม 2.1% สะท้อนแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังคงมีแนวโน้มเชิงบวก จากความแข็งแกร่งของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน และศักยภาพของเศรษฐกิจไทยในการปรับตัว โดยได้รับแรงหนุนจากกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และก่อสร้าง

ในแง่ของยุทธศาสตร์การลงทุน แนะนำแบ่งออกเป็นสามกลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากนโยบายภาครัฐ กลุ่มที่ฟื้นตัวตามวัฏจักรเศรษฐกิจ และกลุ่มที่มีความแข็งแกร่งจากปัจจัยภายในประเทศ ซึ่งสะท้อนแนวทางการลงทุนที่เน้นการเลือกหุ้นเชิงธีม เพื่อรับมือกับความผันผวนและสร้างการเติบโตในระยะกลางถึงยาว

“แม้ปัจจัยลบจากภายนอกจะยังคงมีอยู่ แต่ด้วยพื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่มีความยืดหยุ่น และแรงขับเคลื่อนจากทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้ประเทศไทยยังคงเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยโอกาสสำหรับนักลงทุน” นายจักร กล่าว