thansettakij
thansettakij
EPG กางกลยุทธ์บริหารสต็อกวัตถุดิบ ทยอยปรับราคาอย่างสมดุล

EPG กางกลยุทธ์บริหารสต็อกวัตถุดิบ ทยอยปรับราคาอย่างสมดุล

EPG เดินหน้าบริหารต้นทุนท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ควบคุมสต็อกวัตถุดิบให้เพียงพอพร้อมบริหารราคาขายอย่างสมดุล ยกระดับประสิทธิภาพการควบคุมค่าใช้จ่าย ภายใต้นโยบาย “USE” เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน

KEY

POINTS

  • EPG วางแผนบริหารสต็อกวัตถุดิบล่วงหน้าเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคา โดยธุรกิจฉนวนฯ (Aeroflex) มีวัตถุดิบถึงปลายปี 2569 ส่วนธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์และบรรจุภัณฑ์สำรองไว้ 2-3 เดือน
  • มีแนวทางปรับราคาขายอย่างสมดุล โดยจะพิจารณาปรับราคาสำหรับคำสั่งซื้อใหม่ให้สอดคล้องกับต้นทุน พร้อมให้เวลาลูกค้าปรับตัว (grace period)
  • กลยุทธ์การบริหารต้นทุนและสต็อกวัตถุดิบนี้มีเป้าหมายเพื่อรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นในปีบัญชี 68/69 ให้อยู่ที่ 30-33%

ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์และพลาสติกแปรรูปชั้นนำของโลก เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า บริษัทได้วางแผนจัดหาวัตถุดิบล่วงหน้าอย่างเป็นระบบและสอดคล้องกับแผนการผลิตของแต่ละบริษัทย่อยเพื่อรองรับการดำเนินงานและการส่งมอบสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง

โดยบริษัทมีระดับสต็อกวัตถุดิบที่เพียงพอสำหรับรองรับคำสั่งซื้อในระยะถัดไป ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบในตลาดโลก และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในด้านความต่อเนื่องและความน่าเชื่อถือของการส่งมอบสินค้า

สำหรับแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบที่ยังมีความผันผวน บริษัทมีแนวทางบริหารราคาขายอย่างรอบคอบ โดยยังคงรักษาเงื่อนไขทางการค้าสำหรับคำสั่งซื้อเดิม พร้อมเปิดโอกาสให้ลูกค้าปรับตัวผ่านช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน (grace period) อย่างเหมาะสม ก่อนการพิจารณาปรับราคาขายของคำสั่งซื้อใหม่ให้สอดคล้องกับโครงสร้างต้นทุนในระยะยาว ทั้งนี้ เพื่อรักษาความสมดุลระหว่างความสามารถในการแข่งขันและความยั่งยืนของธุรกิจในภาพรวม

ภาพรวมการดำเนินงานของแต่ละธุรกิจ มีดังนี้

ธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ Aeroflex มีความโดดเด่นด้านการบริหารความเสี่ยงในระยะยาว โดยได้วางแผนจัดเตรียมวัตถุดิบรองรับการผลิตไปจนถึงช่วงปลายปี 2569 รวมถึงการบริหารซัพพลายเชนระหว่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจและความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่ธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ Aeroklas และ ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก ภายใต้แบรนด์ EPP บริหารสต็อกวัตถุดิบในระดับที่เหมาะสมประมาณ 2-3 เดือน เพื่อให้สามารถรองรับคำสั่งซื้อในระยะสั้นถึงระยะกลางอย่างเหมาะสม และยังคงมีความยืดหยุ่นในการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับภาวะต้นทุนและสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง 

EPG กางกลยุทธ์บริหารสต็อกวัตถุดิบ ทยอยปรับราคาอย่างสมดุล

ปีบัญชี 68/69 รักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ตามเป้า

ดร.เฉลียว กล่าวต่อว่า ในปีบัญชี 68/69 (เม.ย. 68 - มี.ค.69) บริษัทคาดว่าระดับยอดขายใกล้เคียงกับปีบัญชีก่อน และสามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นที่ 30-33% เนื่องจากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบให้เพียงพอรองรับการผลิตอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน บริษัทมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของผลประกอบการ จึงมั่นใจว่ายังคงรักษาความสามารถในการทำกำไร และเดินหน้าสร้างการเติบโตให้เป็นไปตามแผนงาน ด้วยโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง ทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจน และการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกมิติ

นอกจากนี้ ภายใต้นโยบาย ‘USE’ ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน ช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับองค์กร 

ขยายอาณาจักร สร้างสมดุล

ด้วยรากฐานธุรกิจที่ยาวนานกว่า 48 ปี EPG ได้แผ่ขยายอาณาจักรออกเป็น 17 บริษัทย่อย และมีบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) อีก 7 แห่งทั่วโลก เช่น ไทย/ อินเดีย/ จีน และ แอฟริกาใต้ โดยมีฐานการผลิตหลักครอบคลุมทั้ง ไทย/ จีน/ สหรัฐอเมริกา/ มาเลเซีย/ ออสเตรเลีย และแอฟริกาใต้ ทำให้ไม่ได้พึ่งพิงตลาดประเทศใดประเทศหนึ่ง ช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างสมดุลให้แก่ธุรกิจ 

“ก้าวต่อไปของ EPG จึงไม่ใช่เพียงแค่การเป็นผู้ผลิตพลาสติกระดับโลก แต่คือการสร้างความสำเร็จร่วมกันอย่างยั่งยืน และมุ่งหวังที่จะสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของบริษัท (Valuation) ต่อไป”

ทั้งนี้ EPG ประกาศแต่งตั้ง ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านผู้นำตามแผนสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในระยะยาว หลังจากที่ ดร.ภวัฒน์ วิทูรปกรณ์ จะเกษียณอายุจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 โดยยังคงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารและกรรมการบริษัทเช่นกัน 

การเปลี่ยนผ่านผู้นำครั้งนี้ได้ผ่านกระบวนการพิจารณาคัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อสานต่อทิศทางการดำเนินธุรกิจและขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตตามกลยุทธ์ที่วางไว้

หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐฏิจ ฉบับที่ 4,196 วันที่ 30 เมษายน - 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569