
ดาวโจนส์ปิดลบ 79.61 จุด-S&P500–Nasdaq ทำนิวไฮรับความหวังสหรัฐฯ–อิหร่านยุติสงคราม
ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 79.61 จุด ขณะที่ S&P500 และNasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับความหวังเกี่ยวกับการเจรจาเป็นไปได้ระหว่างสหรัฐอเมริกา อิหร่านยุติสงคราม
KEY
POINTS
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบสวนทางกับดัชนี S&P500 และ Nasdaq ที่ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
- ปัจจัยบวกสำคัญมาจากความหวังในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยมีปากีสถานเป็นตัวกลางในการประสานงาน
- การพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะ Intel และ Nvidia เป็นอีกแรงหนุนสำคัญของตลาด
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันศุกร์ (24 เม.ย.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
โดยได้รับแรงหนุนจากความหวังเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ
และอิหร่านเพื่อยุติสงคราม รวมทั้งการพุ่งขึ้นของหุ้น Intel ซึ่งช่วยหนุนแรงบวกในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 49,230.71 จุด ลดลง 79.61 จุด หรือ -0.16%
- ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,165.08 จุด เพิ่มขึ้น 56.68 จุด หรือ +0.80%
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 24,836.60 จุด เพิ่มขึ้น 398.09 จุด หรือ +1.63%
สัปดาห์นี้ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 0.44% ,ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 0.55% และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.5%
ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 4 ซึ่งเป็นช่วงปรับขึ้นต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2567 ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ยุติการปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 3 สัปดาห์
แหล่งข่าวจากรัฐบาลปากีสถานระบุว่า อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน มีกำหนดเดินทางถึงกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน ในวันศุกร์ เพื่อหารือข้อเสนอในการเริ่มต้นการเจรจาสันติภาพอีกครั้ง
นอกจากนี้ แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ระบุในการให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของโดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์ จะเดินทางไปยังกรุงอิสลามาบัดในเช้าวันเสาร์ (25 เม.ย.) เพื่อเจรจากับอิหร่านโดยมีปากีสถานเป็นคนกลาง
ทั้งนี้ ตลาดปรับตัวขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา จากความหวังว่าสงครามอิหร่านกำลังใกล้ได้รับการแก้ไข รวมถึงความคาดหวังต่อผลประกอบการของบริษัทที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นถูกจำกัดในสัปดาห์นี้ เนื่องจากความหวังต่อข้อตกลงสันติภาพลดลง ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้น
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดของปี ยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยดัชนี Philadelphia SE Semiconductor เพิ่มขึ้น 4.32% ทำสถิติปรับขึ้นต่อเนื่องยาวนาน 18 วันติดต่อกัน
นักวิเคราะห์ ระบุว่า ความกังวลเกี่ยวกับผลตอบแทนจากการลงทุนในด้าน AI CapEx ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น Amazon, Google, Microsoft และ Meta กำลังลดลงอย่างรวดเร็ว และกำลังผลักดันให้หุ้นกลุ่มชิป บริษัทผู้รับจ้าง และบริษัทอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้น
บริษัทผลิตชิปอื่น ๆ อย่าง AMD และ Arm ต่างปรับตัวขึ้นราว 14% ขณะที่ Nvidia ซึ่งเป็นหุ้นขนาดใหญ่ พุ่งขึ้น 4.32% และปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน โดยเข้าใกล้มูลค่าตลาด 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐอีกครั้ง
อย่างไรก็ดี ความสนใจของตลาดกำลังเปลี่ยนไปสู่การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) ในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะถูกจับตาอย่างใกล้ชิดเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และการเปลี่ยนผ่านผู้นำของธนาคารกลาง
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ จะปิดการสอบสวน เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ซึ่งช่วยขจัดอุปสรรคต่อการรับรอง เควิน วอร์ช ผู้ที่ทรัมป์เสนอชื่อให้เป็นประธานเฟดคนใหม่
ข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME ระบุว่า ตลาดกำลังประเมินความเป็นไปได้ราว 39% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในการประชุมเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้นจากประมาณ 23% ในช่วงก่อนหน้า
การเริ่มต้นฤดูกาลประกาศผลประกอบการที่แข็งแกร่งช่วยพยุงตลาดหุ้นท่ามกลางข่าวเกี่ยวกับอิหร่านที่ผันผวน โดยคาดการณ์การเติบโตของผลกำไรในไตรมาส 1 ขณะนี้อยู่ที่ 16.1% ตามข้อมูลของ LSEG เพิ่มขึ้นจาก 14.4% ที่คาดการณ์ไว้ในช่วงต้นเดือนเม.ย.







