
ดาวโจนส์ปิดลบ 179. 171 จุด นักลงทุนลดความหวังสงครามตะวันออกกลางจบเร็ว
ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 179. 171 จุด หลังจากที่นักลงทุนลดความหวังสงครามตะวันออกกลางจะจบเร็ว และถูกกดดันจากผลประกอบการ บจ.
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นดาวโจนส์ปิดตัวในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อ หลังสถานการณ์ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ทวีความตึงเครียด
- ตลาดยังถูกกดดันจากผลประกอบการที่น่าผิดหวังของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ที่ร่วงลงอย่างหนัก
- เกิดความวิตกกังวลว่าธุรกิจซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิมอาจได้รับผลกระทบและถูกแทนที่ด้วยเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นใหม่
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (23 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนมีความหวังน้อยลงที่จะเห็นสงครามอิหร่านยุติลงในเวลาอันใกล้
อีกทั้ง ตลาดยังถูกกดดันจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
รวมถึงกระแสความวิตกกังวลที่กลับมาอีกครั้งว่า ธุรกิจซอฟต์แวร์อาจได้รับผลกระทบจากเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI)
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 49,310.32 จุด ลดลง 179.71 จุด หรือ -0.36%
- ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,108.40 จุด ลดลง 29.50 จุด หรือ -0.41% และ
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 24,438.50 จุด ลดลง 219.06 จุด หรือ -0.89%
ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างผันผวน ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อ โดยรายงานระบุว่าอิหร่านเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
ซึ่งล่าสุดหน่วยคอมมานโดของอิหร่านได้บุกยึดเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ พร้อมกับเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน
ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดียืนยันว่า สหรัฐฯ จะยังคงปิดล้อมท่าเรืออิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้เข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันที่เชื่อมโยงกับอิหร่านในมหาสมุทรอินเดีย โดยเรือลำดังกล่าวชื่อว่า Majestic X กำลังขนส่งน้ำมันจากอิหร่านและมุ่งหน้าไปยังเมืองโจวชาน ประเทศจีน
ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากรายงานข่าวที่ว่าโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ได้ลาออกจากการเป็นผู้นำคณะเจรจาสันติภาพ รวมทั้งราคาน้ำมัน WTI ที่พุ่งขึ้นกว่า 3% หลังมีข่าวการโจมตีทางอากาศในอิหร่าน
สำนักข่าว Fars ของอิหร่านรายงานว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศในกรุงเตหะรานและเมืองอื่น ๆ อีกหลายแห่งของอิหร่านได้ยิงสกัดเป้าหมาย หลังตรวจพบโดรนขนาดเล็กบินเหนือน่านฟ้า
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงหนักที่สุดในดัชนี S&P500 โดยดิ่งลง 1.47% หลังจากบริษัท IBM เปิดเผยรายได้เติบโตช้าลงในไตรมาสแรกเนื่องจากความอ่อนแอในธุรกิจซอฟต์แวร์ ส่งผลให้ราคาหุ้น IBM ร่วงลง 8.25% ขณะที่หุ้น ServiceNow ทรุดตัวลง 17.75% หลังบริษัทเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาสที่น่าผิดหวัง เนื่องจากความล่าช้าในการปิดดีลกับรัฐบาลในตะวันออกกลาง
ผลประกอบการที่ย่ำแย่ของ IBM และ ServiceNow ซึ่งต่างก็เป็นผู้ให้บริการด้านซอฟต์แวร์ทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่า ธุรกิจซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิมอาจถูกแทนที่ด้วยเครื่องมือ AI รุ่นใหม่ ๆ ซึ่งความกังวลดังกล่าวได้ฉุดหุ้นซอฟต์แวร์และบริการด้านซอฟต์แวร์ในดัชนี S&P500 ร่วงลง 5.09% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค.
หุ้น Tesla ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ ร่วงลง 3.56% หลังจากบริษัทคาดการณ์ล่าสุดว่า การใช้จ่ายด้านทุน (Capex) ในปี 2569 จะอยู่ที่ระดับ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่บริษัทคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะอยู่ที่ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ และเพิ่มขึ้นอย่างมากจากระดับ 8.6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2568
ข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 6,000 ราย สู่ระดับ 214,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 210,000 ราย
เอสแอนด์พี โกลบอลระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นเดือนเม.ย.ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 52.0 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน จากระดับ 50.3 ในเดือนมี.ค.
ทั้งนี้ ดัชนี PMI ยังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคธุรกิจของสหรัฐฯ มีการขยายตัว โดยได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจปรับตัวขึ้นด้วย







