thansettakij
thansettakij
'Smart Grid' โครงสร้างพื้นฐานใหม่โลก AI เปิดธีมลงทุนรับดีมานด์ไฟฟ้าพุ่ง

'Smart Grid' โครงสร้างพื้นฐานใหม่โลก AI เปิดธีมลงทุนรับดีมานด์ไฟฟ้าพุ่ง

18 เม.ย. 69 | 07:38 น.
อัปเดตล่าสุด :18 เม.ย. 69 | 07:38 น.

อีสท์สปริงชี้ AI-Data Center-รถ EV ดันความต้องการไฟฟ้าโลกเร่งตัว หนุนลงทุนโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เม็ดเงินแตะระดับล้านล้านดอลลาร์

ท่ามกลางกระแสการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจโลก “พลังงานไฟฟ้า” กำลังกลายเป็นตัวแปรชี้ขาดศักยภาพการแข่งขันของประเทศและภาคธุรกิจ โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่า โครงสร้างพื้นฐานพลังงาน โดยเฉพาะ “Smart Grid” หรือโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ จะเป็นหัวใจสำคัญของระบบเศรษฐกิจยุคใหม่

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) ระบุว่า แม้ AI จะเป็นเทคโนโลยีหลักของโลกในปัจจุบัน แต่ “ไฟฟ้า” คือฐานรากที่สำคัญที่สุด เพราะทุกระบบตั้งแต่ Data Center ไปจนถึงการประมวลผลขั้นสูง ล้วนต้องใช้พลังงานในปริมาณมหาศาล

Smart Grid จึงถูกพัฒนาเพื่อแก้ข้อจำกัดของระบบไฟฟ้าแบบเดิม ที่ออกแบบมาในยุค 1960–1970 ซึ่งรองรับการไหลของพลังงานแบบทางเดียว แต่ไม่สามารถตอบโจทย์โลกปัจจุบันที่มีทั้งพลังงานหมุนเวียน รถยนต์ไฟฟ้า และการผลิตไฟฟ้าจากผู้ใช้งาน

โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะจึงมีลักษณะ “สองทิศทาง” เชื่อมโยงแหล่งพลังงานหลากหลาย พร้อมใช้เทคโนโลยี Sensors, Software และ AI ในการบริหารจัดการแบบเรียลไทม์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า

แรงหนุนสำคัญของการลงทุนใน Smart Grid มาจาก 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  • ความต้องการไฟฟ้าที่เติบโตเร่งตัวจาก AI และ Data Center
  • การขยายตัวของพลังงานหมุนเวียนที่ต้องพึ่งระบบบริหารจัดการขั้นสูง
  • โครงข่ายไฟฟ้าเดิมที่เสื่อมสภาพและต้องเร่งปรับปรุง
  • เม็ดเงินลงทุนขนาดใหญ่ที่หลั่งไหลเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานพลังงาน

ข้อมูลจาก IEA คาดว่า ความต้องการไฟฟ้าโลกจะเติบโตปีละ 3–4% จนถึงปี 2030 ขณะที่พลังงานจาก Data Center อาจเพิ่มขึ้นถึง 175% ในช่วงเดียวกัน

ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดทำให้ความต้องการ Smart Grid เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนจะเพิ่มขึ้นเป็น 75% ของการผลิตไฟฟ้าโลกภายในปี 2035

ในมิติการลงทุน เม็ดเงินทั่วโลกกำลังไหลเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าการลงทุนใน Smart Grid อาจแตะระดับหลายแสนล้านดอลลาร์ และเติบโตในอัตราเลขสองหลักต่อปี สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในระยะยาว

สำหรับนักลงทุน กองทุน ES-GRID ถูกออกแบบมาเพื่อเข้าถึงธีมดังกล่าว โดยลงทุนในบริษัทชั้นนำด้านโครงข่ายไฟฟ้า ระบบจัดการพลังงาน และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทในกลุ่ม Industrials และ Utilities ที่มีรายได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ

ในภาวะตลาดผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ธีม Smart Grid ยังแสดงความทนทาน เนื่องจากไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง และยังได้รับแรงหนุนจากความจำเป็นในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน