
5 บจ.กางพิมพ์เขียว เข้าร่วม JUMP+ ปั้น New S-Curve ปั๊มกำไรปี 71
ส่องโรดแมป 5 บจ. BCPG-TBN-RT-CIVIL-SO ผนึกกำลังขานรับโครงการ JUMP+ กางแผน 3 ปี มุ่งยกระดับมูลค่าองค์กร ชูธงเทคโนโลยี-ESG ปักหมุดเป้าหมายกำไรและ EBITDA เติบโตแกร่ง
ตลาดทุนคึกคัก 5 บริษัทหัวขบวน JUMP+ เผยเป้าหมายทางการเงินชัดเจน TBN มุ่งกำไร 70 ล้านบาท ด้าน RT ปักหมุด 120 ล้านบาท ขณะที่ SO ลุ้นกำไรแตะ 300 ล้านบาท หลังลดต้นทุนไอที 85 ล้านบาท และ CIVIL กางแผนปั๊ม EBITDA ทะลุ 430 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นในกลยุทธ์การบริหารต้นทุนและการขยายธุรกิจเชิงรุก
โครงการ JUMP+ (Jump Plus) คือ โครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ปี 2568-2570 เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับตลาดทุนไทย
โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่ 26 มิถุนายน 2568 ถึง 31 มีนาคม 2569 ปัจจุบันจึงเป็นช่วงที่บริษัทต่างๆ กำลังทยอยนำเสนอแผนการเพิ่มมูลค่าบริษัทต่อหน้าสาธารณชนและนักลงทุน เพื่อแสดงโรดแมป การเติบโตในช่วงปี 2569–2571
ข้อมูลล่าสุดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ 16 เมษายน 2569 พบว่า มีบริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมโครงการ JUMP+ รวมแล้ว 143 แห่ง โดยเป็นบจ.จากตลท. 87 แห่งและตลาดหลักทรัพย์ mai 56 แห่ง ในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น พลังงาน, บริการ, อุปโภคบริโภค, และเทคโนโลยี
บริษัทที่เข้าร่วมโครงการมีทั้งบริษัทขนาดใหญ่และบริษัทที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เช่น กลุ่มพลังงาน/ทรัพยากร: PTT, BCPG, BAFS, AGE, ABM, ATLAS กลุ่มบริการ/การแพทย์: BCH (บางกอก เชน ฮอสปิทอล), VIH (ศรีวิชัยเวชวิวัฒน์), PRTR, SO กลุ่มเทคโนโลยี/สินค้าอุตสาหกรรม: ADVICE, ALT, ALLA, TBN, RT (ไร้ท์ ทันเนลลิ่ง) และ กลุ่มอาหาร/สินค้าอุปโภค: SNNP (ศรีนานาพร), TMAN, AURA (ออโรร่า)
นายรวี บุญสินสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BPCG วางกรอบการเติบโตขององค์กรในระยะ 3 ปี (2569–2571) ผ่านการเชื่อมโยง “ธุรกิจ–ธรรมาภิบาล–สิ่งแวดล้อม” เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการยกระดับความโปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูลเชิงรุก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
ควบคู่กับเป้าหมายการเติบโตของ EBITDA เฉลี่ย 10% ต่อปี บนฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันยังผลักดันการดำเนินงานด้าน ESG โดยเฉพาะการเปิดเผยข้อมูลก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐานสากลและการยกระดับคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว
ด้านบริษัท ทีบีเอ็น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TBN ภายใต้การนำของนายธิปัตย์ สุนทรารชุน ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการลงทุน มุ่งพลิกโครงสร้างธุรกิจจากผู้ให้บริการสู่ “เจ้าของแพลตฟอร์มเทคโนโลยี” โดยใช้กลยุทธ์ 3 แกนหลัก ได้แก่
- การพัฒนา Own Product เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากเทคโนโลยีลิขสิทธิ์
- การปรับโครงสร้างองค์กรและเพิ่มประสิทธิภาพผ่าน Data Analytics
- การขยายธุรกิจแบบ Inorganic Growth ผ่าน M&A และ JV เพื่อเร่งการเติบโต
พร้อมตั้งเป้าผลักดันกำไรสุทธิแตะ 70 ล้านบาท ภายในปี 2571 และเพิ่ม Net Profit Margin สู่ระดับ 10–20% สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลรายได้แบบ Recurring ที่มีเสถียรภาพมากขึ้น
ขณะที่นายชวลิต ถนอมถิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ RT วางยุทธศาสตร์องค์กรผ่านกรอบ RAISE–REFINE–RESILIENCE เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตและเสถียรภาพทางการเงิน โดยเน้นการเพิ่มสัดส่วนงานรอบเร็ว (Fast-cycle) เพื่อลดความผันผวนของรายได้ พร้อมขยายไปสู่ธุรกิจใหม่อย่าง O&M และพลังงานความร้อนใต้พิภพ
ขณะเดียวกันยกระดับประสิทธิภาพองค์กรผ่าน ERP, AI และ Automation เพื่อควบคุมต้นทุน และบริหารกระแสเงินสดอย่างมีวินัย ควบคู่กับการปรับโครงสร้างหนี้ ตั้งเป้าผลักดันกำไรสุทธิสู่ 100–120 ล้านบาท ภายในปี 2571
ในฝั่งธุรกิจก่อสร้าง นายปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ CIVIL ขับเคลื่อนองค์กรผ่านกลยุทธ์ “CIVIL FAST” ที่ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การคัดเลือกโครงการที่มีมูลค่าในระยะยาว การควบคุมต้นทุนอย่างเป็นระบบ ไปจนถึงการบริหารโครงการและการส่งมอบงานให้มีประสิทธิภาพ เพื่อลดความเสี่ยงด้านต้นทุนและเพิ่มความต่อเนื่องของรายได้
พร้อมตั้งเป้าผลักดัน EBITDA สู่ระดับ 400–430 ล้านบาท ภายในปี 2571 โดยเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและระบบบริหารจัดการน้ำที่มีแนวโน้มเติบโตสูง
ด้านนางสาวกัณธิมา แจ้งวันสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO วางยุทธศาสตร์ “SMARTOPS 2.0” เพื่อขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยี โดยเน้นการพัฒนาระบบ ERP แบบ Cloud ด้วยทีม In-house เพื่อทดแทนระบบเดิม และลดต้นทุนไอทีได้กว่า 85 ล้านบาท
พร้อมยกระดับบริการ Outsource และ Technology Service ให้ตอบโจทย์การทรานส์ฟอร์มองค์กรของลูกค้า ตั้งเป้ารายได้เติบโตเฉลี่ย 10–13% ต่อปี และผลักดันกำไรสุทธิแตะ 299.12 ล้านบาท ภายในปี 2571 ควบคู่กับการสร้างโครงสร้างองค์กรที่ยืดหยุ่น รองรับการทำงานแบบ Work from Anywhere และยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์สู่มาตรฐานสากล
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,192 วันที่ 16 - 18 เมษายน พ.ศ. 2569







