thansettakij
thansettakij
GCAP มองทองยังลงต่อ ชี้เฟดยังตึงดอกเบี้ย จับตาจ้างงานสหรัฐฯ ตัวแปรชี้ขาด

GCAP มองทองยังลงต่อ ชี้เฟดยังตึงดอกเบี้ย จับตาจ้างงานสหรัฐฯ ตัวแปรชี้ขาด

01 เม.ย. 69 | 08:12 น.
อัปเดตล่าสุด :01 เม.ย. 69 | 08:12 น.

GCAP GOLD เตือนทองคำผันผวน รับแรงกดดันเฟดคงดอกเบี้ยสูงสวนแรงหนุนภูมิรัฐศาสตร์ จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ตัวแปรชี้ทิศราคาทอง

บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ประเมินทิศทางราคาทองคำในสัปดาห์นี้ยังคงผันผวนสูง ท่ามกลางแรงกดดันจากสองปัจจัยหลัก ทั้งความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยกระดับ และทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ที่ยังมีแนวโน้มตึงตัว ซึ่งเป็นแรงกดดันสำคัญต่อราคาทองคำในระยะสั้น

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้าง ครอบคลุมหลายฝ่าย ทั้งอิสราเอล เลบานอน กลุ่มฮูตี และประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ยังคงเป็นแรงหนุนต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยดังกล่าวถูกถ่วงด้วยแรงกดดันจากฝั่งนโยบายการเงิน

ราคาน้ำมันดิบ Brent ที่พุ่งทะลุ 112 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นกว่า 50% สะท้อนภาวะอุปทานพลังงานตึงตัว และส่งผ่านไปยังเงินเฟ้อทั่วโลก ส่งผลให้ตลาดลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ GCAP GOLD

โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ

ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงด้านพลังงานยังเพิ่มขึ้นจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในซาอุดีอาระเบีย รวมถึงท่อ East-West ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งน้ำมันเพื่อหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ สะท้อนว่าความตึงเครียดในตลาดพลังงานโลกยังอยู่ในระดับสูง และอาจทำให้เงินเฟ้อทรงตัวในระดับสูงนานกว่าที่คาด

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในระยะถัดไปคือ ตัวเลขตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางนโยบายการเงิน หากตัวเลขการจ้างงานยังแข็งแกร่งและอัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำ จะสะท้อนเศรษฐกิจที่ยังร้อนแรง และเปิดทางให้เฟดคงดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง ซึ่งจะหนุนค่าเงินดอลลาร์และกดดันราคาทองคำ

ในทางกลับกัน หากเริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัวของการจ้างงานหรือค่าแรง จะเพิ่มโอกาสที่เฟดจะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะเป็นแรงหนุนสำคัญให้ราคาทองคำฟื้นตัว

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวในสัปดาห์นี้ GCAP GOLD ประเมินว่าทองคำยังอยู่ในลักษณะการรีบาวด์ในแนวโน้มขาลง โดยให้แนวต้านสำคัญที่ระดับ 4,685–4,735 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ มีโอกาสปรับตัวลงอีกครั้ง ขณะที่แนวรับอยู่ที่ระดับ 4,350–4,308 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งหากยังสามารถยืนได้ ราคามีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบกว้าง

ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำเก็งกำไรระยะสั้นในลักษณะ “ย่อซื้อ-ขึ้นขาย” โดยทองคำในประเทศให้เข้าสะสมบริเวณ 69,000 และ 67,500 บาทต่อบาททองคำ และทยอยขายทำกำไรที่ระดับ 71,500 และ 72,000 บาท เพื่อบริหารความเสี่ยงในภาวะตลาดที่ยังมีความผันผวนสูง