thansettakij
thansettakij
ทองคำร่วงแรง 9% รับแรงกดดอกเบี้ย-ดอลลาร์แข็ง กูรูแนะรอรับ 62,100 บาท

ทองคำร่วงแรง 9% รับแรงกดดอกเบี้ย-ดอลลาร์แข็ง กูรูแนะรอรับ 62,100 บาท

25 มี.ค. 69 | 05:39 น.
อัปเดตล่าสุด :25 มี.ค. 69 | 05:39 น.

ราคาทองคำร่วงแรง 9% ในสัปดาห์เดียว สวนทางความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ หลังแรงกดดันจากดอกเบี้ยสูง-ดอลลาร์แข็งฉุดต้นทุนถือครองพุ่ง กูรูชี้ตลาดยังเปราะบาง จับตาแนวรับ 4,000 ดอลลาร์เป็นจุดชี้ชะตา พร้อมแนะรอจังหวะย่อสะสม

KEY

POINTS

  • ราคาทองคำปรับตัวลดลง 9% ในสัปดาห์เดียวจากแรงกดดันของความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าและตลาดลดความคาดหวังการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
  • ปัจจัยลบอื่น ๆ ได้แก่ ความเสี่ยงด้านพลังงานจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง และอุปสงค์จากผู้บริโภครายใหญ่อย่างจีนและอินเดียที่ชะลอตัว
  • นักวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะเข้าซื้อสะสมเมื่อราคาย่อตัว โดยจับตาแนวรับสำคัญทางจิตวิทยาที่ 62,100 บาท

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมาที่ร่วงแรงสวนทางปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งปรับตัวลดลง 9% ภายในสัปดาห์เดียว แรงกดดันหลักมาจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ส่งผ่านไปสู่ความกังวลเงินเฟ้อ

ทำให้ตลาดลดคาดการณ์การปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรและค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นพร้อมกัน กดให้ต้นทุนการถือครองทองคำสูงขึ้น โดยเฉพาะในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้แรงซื้อทองคำชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ ความเสี่ยงด้านพลังงานจากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก หลายประเทศมีแนวโน้มใช้เงินสำรองเพื่อดูแลเสถียรภาพภายใน มากกว่าการเพิ่มการถือครองทองคำ ขณะที่อุปสงค์จากผู้บริโภคหลักอย่างจีนและอินเดียเริ่มชะลอตัวจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น สะท้อนภาพรวมแรงซื้อทองคำทั่วโลกที่อ่อนแรงลงในระยะสั้น

“การปรับตัวลงของราคาทองคำรอบนี้ไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานที่เปลี่ยนไป แต่เป็นผลจากภาวะสภาพคล่องตึงตัวและนโยบายการเงินที่ยังเข้มงวด ซึ่งทำให้ทองคำถูกใช้เป็นแหล่งระดมเงินสดในช่วงที่ตลาดเผชิญแรงกดดัน หากแรงขายยังไม่สิ้นสุด ราคาทองคำยังมีความเสี่ยงอ่อนตัวลงต่อ ก่อนเข้าสู่สมดุลใหม่ในระยะถัดไป”

ทั้งนี้ ทางฝ่ายวิจัยประเมินการลงทุนว่า ภาพรวมทองคำยังอยู่ภายใต้แรงกดดันฝั่งขาย หลังหลุดโครงสร้างแนวโน้มหลักลงมาในช่วงต้นสัปดาห์ ทำให้ตลาดเข้าสู่ช่วงเปราะบาง อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นต้องจับตาแนวรับจิตวิทยาที่ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองไทยที่ประมาณ 62,100 บาท (อิงอัตราแลกเปลี่ยนวันที่ 25 มี.ค.69 ที่ 32.65 บาท)

หากราคายังสามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ และแรงขายเริ่มชะลอลง มีโอกาสเห็นการรีบาวด์สลับขึ้นในระยะสั้น โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 4,735 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองไทยประมาณ 73,500 บาท ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนของโครงสร้างราคา หากสามารถทะลุและยืนเหนือได้ จะเริ่มทำให้โครงสร้างขาขึ้นกลับมาดูดีขึ้นอีกครั้ง

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะย่อแล้วค่อยสะสมใกล้โซนแนวรับ 4,220 / 4,025 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองไทยประมาณ 65,500 / 62,500 บาท โดยหลีกเลี่ยงการไล่ราคาในช่วงที่ตลาดยังผันผวนสูง

ขณะที่ทองคำในประเทศยังได้แรงพยุงจากค่าเงินบาท โดยแนะนำทยอยสะสมเฉพาะแนวรับหลักที่ 65,000 บาท, 63,500 บาท และ 60,500 บาท ตามลำดับ