
ลูกหนี้เฮ! ภาระดอกเบี้ยลด 1.47 หมื่นล้าน แบงก์ยอมเฉือนเนื้อลด NIM ประคองเศรษฐกิจ
วิจัยกสิกรไทย คาดปี 2569 ภาระดอกเบี้ยครัวเรือนและธุรกิจลดฮวบ 1.4-1.47 หมื่นล้านบาท หลังแบงก์พาเหรดลดดอกเบี้ยเงินกู้รับนโยบาย กนง. พร้อมเช็กผลกระทบกลุ่มลูกหนี้บ้าน-SMEs และรายได้แบงก์ที่ลดลง
ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดเปิดเผยว่าตลอดช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา ระบบการเงินไทยกำลังเผชิญกับกระแสความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่ออัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์และอัตราดอกเบี้ยอื่น ๆ ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)
สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการส่งผ่านต้นทุนทางการเงินที่ลดลงไปสู่ภาคเศรษฐกิจจริงอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะหลังการประชุม กนง. เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ (D-SIBs) ที่ครองสัดส่วนสินเชื่อกว่า 84% ของระบบ ได้พร้อมใจกันปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงครบถ้วนเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2569
ความน่าสนใจของการปรับลดดอกเบี้ยในรอบนี้คือ ธนาคารพาณิชย์เลือกที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงในสัดส่วนที่มากกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ถูกปรับลดลงราว 0.05-0.15% ในขณะที่ดอกเบี้ยเงินฝากประจำบางประเภทปรับลดลงเพียง 0.05% หรือบางแห่งยังไม่มีการปรับลดเลย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า จะมีพอร์ตเงินฝากประจำสกุลบาทถึง 46% ที่ยังคงได้รับอัตราดอกเบี้ยเดิมไปจนถึงสิ้นไตรมาส 1/2569 ท่ามกลางภาวะที่ต้นทุนทางการเงินด้านอื่นและ Credit cost ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงตามความเสี่ยงด้านเครดิตของลูกหนี้
สำหรับปี 2569 ถือเป็นปีทองของลูกหนี้ที่จะได้รับประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญจากทิศทางดอกเบี้ยขาลง โดยเฉพาะกลุ่มลูกหนี้ที่มีสัญญาเงินกู้อ้างอิงดอกเบี้ยลอยตัว เช่น สินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคลแบบมีหลักประกัน และสินเชื่อ SMEs จากยอดคงค้างสินเชื่อรายย่อยและธุรกิจรวมกว่า 12.67 ล้านล้านบาท พบว่า มีสินเชื่อถึง 71% หรือเกือบ 9 ล้านล้านบาท ที่จะทยอยเข้าสู่ช่วงการปรับลดดอกเบี้ยภายในปีนี้
จากการประเมินของศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่าภาระดอกเบี้ยของลูกหนี้ธุรกิจและรายย่อยในปี 2569 จะลดลงรวมกันประมาณ 14,000 - 14,700 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการส่งผ่านการลดดอกเบี้ยนโยบายสะสมตั้งแต่ปลายปี 2568 จนถึงช่วงต้นปี 2569
รายได้แบงก์สะเทือน NIM ทรุดต่ำ อย่างไรก็ตาม ในมุมของสถาบันการเงิน การปรับลดดอกเบี้ยเพื่ออุ้มลูกหนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อกำไรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รายได้ดอกเบี้ยในปี 2569 มีแนวโน้มถูกกดดันอย่างหนัก
ในขณะที่การลดต้นทุนเงินฝากทำได้จำกัดตามโครงสร้างพอร์ตเงินฝาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงคาดการณ์ว่า ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ หรือ NIM ของระบบธนาคารไทยจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 2.50-2.60% จากระดับ 2.76% ในปี 2568 ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องจับตาว่าแบงก์จะบริหารจัดการความท้าทายนี้อย่างไรภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง

