

KEY
POINTS
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงในวันพฤหัสบดี (12 ก.พ.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ดิ่งลงกว่า 2%
โดยตลาดถูกกดดันจากการที่นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มขนส่ง
ท่ามกลางความกังวลว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะก่อให้เกิดภาวะชะงักงันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการขนส่ง
ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงวิตกกังวลว่า AI อาจก่อให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และกังวลว่าเครื่องมือ AI ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วอาจจะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกำไรในอุตสาหกรรมนี้
โดยมีการคาดการณว่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ซึ่งรวมถึง Amazon, Google, Meta และ Microsoft จะมียอดการใช้จ่ายรวมกันประมาณ 6.5 แสนล้านดอลลาร์ ในการแข่งขันเพื่อชิงความเป็นผู้นำด้าน AI
นักวิเคราะห์จาก GuideStone Funds ระบุว่า ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนจับตาในเวลานี้คือ ภาคส่วนและอุตสาหกรรมใดที่จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจากการลงทุนใน AI ได้ และในทางกลับกัน ภาคส่วนและอุตสาหกรรมใดที่จะถูก AI ทำให้เกิดภาวะชะงักงัน หรือ AI Disruption
นอกจากนี้ ผลประกอบการที่น่าผิดหวังของบริษัท Cisco Systems ยังสร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นวงกว้าง โดยหุ้น Cisco Systems ผู้ให้บริการอุปกรณ์เครือข่ายรายใหญ่ ร่วงลง 12.3%
ซึ่งเป็นการร่วงลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2565 หลังจากบริษัทเปิดเผยอัตรากำไรขั้นต้น (gross margin) ที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งได้ฉุดหุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ปรับตัวลงด้วย รวมถึงหุ้น Apple, Nvidia, Broadcom และ Amazon.com
หุ้นกลุ่มขนส่งในดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลง 4% หลังจากบริษัท Algorhythm Holdings เปิดตัวเครื่องมือ AI ด้านโลจิสติกส์รุ่นใหม่ ซึ่งทำให้เกิดความวิตกกังวลว่าอุตสาหกรรมการขนส่งอาจถูกแทนที่ด้วย AI โดยหุ้น Landstar ร่วงลง 15.6%, หุ้น CH Robinson ลดลง 14.5% และ Expeditors International ลดลง 13.2%
หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ในดัชนี S&P 500 ร่วงลง 1.7% นำโดยหุ้น AppLovin ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการตลาด ดิ่งลง 19.7% หลังจากบริษัทรายงานผลประกอบการที่น่าผิดหวังในไตรมาส 4 นอกจากนี้ หุ้นของบริษัทยังถูกกดดันอย่างหนักในปีนี้เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรง
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) อาจชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันพุธว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 130,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. ซึ่งมากกว่าในเดือนธ.ค.ที่เพิ่มขึ้นเพียง 48,000 ตำแหน่ง และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 66,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.3% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.4%
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด ด้านนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI จะเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.7% ในเดือนธ.ค. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.6% ในเดือนธ.ค.