thansettakij
‘ดาวโจนส์’ ปิดลบ 66.74 จุด นักลงทุนคาดเฟดชะลอหั่นดอกเบี้ย

‘ดาวโจนส์’ ปิดลบ 66.74 จุด นักลงทุนคาดเฟดชะลอหั่นดอกเบี้ย

12 ก.พ. 2569 | 00:55 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ก.พ. 2569 | 02:02 น.

ดัชนี ‘ดาวโจนส์’ ปิดลบ 66.74 จุด นักลงทุนคาดเฟดชะลอหั่นดอกเบี้ย หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐฯ

KEY

POINTS

  • ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดปรับตัวลดลง 66.74 จุด
  • สาเหตุหลักมาจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด
  • ข้อมูลดังกล่าวทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจชะลอการตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (11 ก.พ.) หลังสหรัฐอเมริกาเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แข็งแกร่งเกินคาด 

ซึ่งทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด (FED) อาจชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 50,121.40 จุด ลดลง 66.74 จุด หรือ -0.13%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,941.47 จุด ลดลง 0.34 จุด หรือ -0.01% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,066.47 จุด ลดลง 36.01 จุด หรือ -0.16%

โดยช่วงแรกดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวก ดัชนี S&P500 และ Nasdaq พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 130,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 66,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.3% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.4%

‘ดาวโจนส์’ ปิดลบ 66.74 จุด นักลงทุนคาดเฟดชะลอหั่นดอกเบี้ย

อย่างไรก็ดี แรงบวกในตลาดแผ่วลงในเวลาต่อมา เมื่อนักลงทุนมองว่าตัวเลขจ้างงานที่แข็งแกร่งอาจทำให้เฟดชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 41% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้นจากเดิม 24.8%

นักวิเคราะห์จาก New York Life Investments ระบุว่า นักลงทุนซึมซับตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร โดยมองว่าในด้านหนึ่งนั้น ตัวเลขจ้างงานที่แข็งแกร่งถือเป็นข่าวดีต่อเศรษฐกิจ 

ในขณะเดียวกันก็ลดความคาดหวังเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด นักวิเคราะห์ยังแสดงความเห็นว่า ข้อมูลล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่าการจ้างงานมีความแข็งแกร่งพอที่จะสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจมีความยืดหยุ่น แต่ก็ไม่แข็งแกร่งเกินไปจนไปทำลายความคาดหวังเกี่ยวกับการผ่อนคลายนโยบายการเงินของเฟดในอนาคต

หุ้นกลุ่มการเงินร่วงลงหนักสุดในดัชนี S&P500 โดยดิ่งลง 1.5% ตามด้วยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวลง 1.3% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวแข็งแกร่งที่สุด โดยพุ่งขึ้น 2.6% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวขึ้น 1.4%

หุ้นเทคโนโลยีปรับตัวผันผวน โดยหุ้นกลุ่มชิปพุ่งขึ้นแข็งแกร่ง ขณะที่หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์อ่อนแรงลงหลังจากที่พุ่งขึ้นติดต่อกัน 3 วันก่อนหน้านี้ โดยดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia SE Semiconductor Index) พุ่งขึ้น 2.3% ขณะที่หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ในดัชนี S&P500 ร่วงลง 2.6% นำโดยยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์อย่างหุ้น Microsoft ร่วงลง 2.2%

หุ้นบริษัทโบรกเกอร์ปรับตัวลงต่อเนื่องในวันพุธ หลังจากบริษัทสตาร์ตอัป Altruist ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์การวางแผนด้านภาษีที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทั้งนี้ หุ้น Charles Schwab และหุ้น Ameriprise Financial ต่างก็ร่วงลงกว่า 3% ขณะที่หุ้น LPL Financial ดิ่งลง 6%

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด