thansettakij
ดาวโจนส์ปิดบวก 52.27 จุด นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงาน-ประเมินดอกเบี้ยเฟด

ดาวโจนส์ปิดบวก 52.27 จุด นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงาน-ประเมินดอกเบี้ยเฟด

11 ก.พ. 2569 | 00:47 น.
อัปเดตล่าสุด :11 ก.พ. 2569 | 00:47 น.

ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 52.27 จุด หลังนักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยของเฟด

KEY

POINTS

  • ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 52.27 จุด สวนทางกับดัชนี S&P500 และ Nasdaq ที่ปรับตัวลดลง
  • ตลาดได้รับแรงกดดันจากยอดค้าปลีกที่น่าผิดหวัง ซึ่งบ่งชี้ถึงการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ แต่ก็เพิ่มความหวังว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ย
  • นักลงทุนกำลังจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร เพื่อเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันอังคาร (10 ก.พ.) 

ส่วนดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนลบ หลังจากนักลงทุนซึมซับรายงานยอดค้าปลีกที่น่าผิดหวัง 

ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED)

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 50,188.14 จุด เพิ่มขึ้น 52.27 จุด หรือ +0.10%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,941.81 จุด ลดลง 23.01 จุด หรือ -0.33% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,102.47 จุด ลดลง 136.20 จุด หรือ -0.59%

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกทรงตัวในเดือนธ.ค. 2568 เมื่อเทียบรายเดือน สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% เนื่องจากภาคครัวเรือนลดการใช้จ่ายในการซื้อสินค้าที่มีราคาสูงซึ่งรวมถึงรถยนต์ 

ดาวโจนส์ปิดบวก 52.27 จุด นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงาน-ประเมินดอกเบี้ยเฟด

โดยข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจและการใช้จ่ายของผู้บริโภคอยู่ในทิศทางที่ชะลอตัวลงเมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2569

นักวิเคราะห์จาก Janney Montgomery Scott ระบุว่า ยอดค้าปลีกที่น่าผิดหวังถือเป็นข่าวร้ายในข่าวดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหุ้นที่มีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยเช่นหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวทำให้นักลงทุนยังคงมีความหวังว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ซึ่งหลังมีการเปิดเผยรายงานยอดค้าปลีก เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนเม.ย. เป็น 36.9% จากเดิมที่ให้น้ำหนักเพียง 32.2%

หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวลง 0.84% ตามด้วยหุ้นกลุ่มการเงินลดลง 0.75% ส่วนหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวแข็งแกร่งที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 1.6% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์พุ่งขึ้น 1.4%

หุ้น Alphabet ร่วงลง 1.8% และเป็นปัจจัยฉุดหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารในดัชนี S&P500 หลังจากบริษัทประกาศระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้มูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยตอกย้ำถึงความวิตกกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับเม็ดเงินจำนวนมากที่บรรดาบริษัทเทคโนโลยีนำไปใช้จ่ายเพื่อรองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) โดย Amazon, Alphabet, Meta และ Microsoft ต่างก็วางแผนการใช้จ่ายรวมกันหลายแสนล้านดอลลาร์ในปี 2569 เพื่อแข่งขันกันเป็นผู้นำด้าน AI

หุ้น Spotify พุ่งขึ้น 14.7% หลังจากบริษัทคาดการณ์กำไรไตรมาสแรกสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยได้ปัจจัยหนุนจากจำนวนผู้ใช้ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งและการปรับขึ้นค่าบริการ

อย่้างไรก็ดี นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ (11 ก.พ.) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 70,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 50,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.4%