thansettakij
‘ดาวโจนส์’ ปิดบวก 20.20 จุด หลังหุ้นเทคโนโลยีพุ่งหนุนตลาด

‘ดาวโจนส์’ ปิดบวก 20.20 จุด หลังหุ้นเทคโนโลยีพุ่งหนุนตลาด

10 ก.พ. 2569 | 00:55 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ก.พ. 2569 | 00:55 น.

ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 20.20 จุด หลังหุ้นเทคโนโลยีพุ่งหนุนตลาด ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นดาวโจนส์ปิดบวก 20.20 จุด โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการฟื้นตัวของหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี
  • หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่มบริการซอฟต์แวร์และเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง นำโดยหุ้น Nvidia
  • นักลงทุนกำลังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ เช่น ตัวเลขการจ้างงาน เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันวันที่สองในวันจันทร์ (9 ก.พ.) 

ส่วนดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดบวกอย่างต่อเนื่อง โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี 

ด้านนักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED)

  • ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 50,135.87 จุด เพิ่มขึ้น 20.20 จุด หรือ +0.04%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,964.82 จุด เพิ่มขึ้น 32.52 จุด หรือ +0.47% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,238.67 จุด เพิ่มขึ้น 207.46 จุด หรือ +0.90%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น 1.6% ขณะที่หุ้นกลุ่มบริการซอฟต์แวร์ในดัชนี S&P500 พุ่งขึ้น 2.9% โดยหุ้นทั้งสองกลุ่มปรับตัวขึ้นติดต่อกันวันที่สอง 

‘ดาวโจนส์’ ปิดบวก 20.20 จุด หลังหุ้นเทคโนโลยีพุ่งหนุนตลาด

ซึ่งส่งสัญญาณถึงการฟื้นตัวหลังจากที่ถูกเทขายออกมาอย่างหนักในสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากความกังวลว่าปัญญาประดิษฐ์  หรือเอไอ (AI) อาจก่อให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

ส่วนดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia SE Semiconductor Index) ปรับตัวขึ้น 1.4% นำโดยหุ้น Nvidia ผู้ผลิตชิป AI รายใหญ่ พุ่งขึ้น 2.5% ขณะที่นักลงทุนรอดูการเปิดเผยผลประกอบการของ Nvidia ในช่วงปลายเดือนนี้

นักวิเคราะห์จาก Truist Advisory Services ระบุว่า หนึ่งปัจจัยที่ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมาจากการที่แซม อัลต์แมน ซีอีโอของบริษัท OpenAI กล่าวว่า ChatGPT แชตบอท AI ที่บริษัทพัฒนาขึ้นนั้น กลับมามีอัตราการเติบโตรายเดือนเกิน 10% อีกครั้ง

ส่วนหุ้นกลุ่มวัสดุในดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น 1.4% เนื่องจากพุ่งขึ้นของราคาทองคำและโลหะเงินเป็นปัจจัยหนุนหุ้นบริษัทเหมืองแร่

อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคในดัชนี S&P500 ซึ่งเคยได้รับประโยชน์ในช่วงที่หุ้นเทคโนโลยีถูกเทขายนั้น ปรับตัวลง 0.86% ขณะที่หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ปรับตัวลง 0.86% เช่นกัน โดยหุ้นในกลุ่มเฮลธ์แคร์ที่ร่วงลงอย่างหนักคือหุ้น Waters ผู้ผลิตอุปกรณ์ห้องแล็บ ดิ่งลง 13.9% หลังจากบริษัทคาดการณ์กำไรไตรมาสแรกต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันพรุ่งนี้ (11 ก.พ.) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 70,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 50,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.4%

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่น ๆ ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI), ยอดค้าปลีก และตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงาน เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด ขณะที่เครื่องมือ FedWatch ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในปีนี้ของเฟดจะมีขึ้นในการประชุมเดือนมิ.ย. ซึ่งอาจเป็นช่วงเวลาที่เควิน วอร์ช เข้ารับตำแหน่งประธานเฟด