thansettakij
ราคาทองพุ่งแรง นายกค้าทองย้ำเทรนด์ขาขึ้น เตือนนักลงทุนเลี่ยงเลเวอเรจสูง

ราคาทองพุ่งแรง นายกค้าทองย้ำเทรนด์ขาขึ้น เตือนนักลงทุนเลี่ยงเลเวอเรจสูง

04 ก.พ. 2569 | 07:47 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ก.พ. 2569 | 07:52 น.

ราคาทองคำวันนี้ พุ่งแรงกว่า 2,000 บาท นายกสมาคมค้าทองคำ ชี้เทรนด์ระยะยาวยังเป็น "ขาขึ้น" เตือนนักลงทุนรายย่อยระวังความผันผวน เสี่ยงถูกบังคับขายหากเล่นเกินตัว

KEY

POINTS

  • ราคาทองคำในประเทศปรับตัวสูงขึ้นมาก โดยนายกสมาคมค้าทองคำยืนยันว่าแนวโน้มระยะยาวยังคงเป็น "ขาขึ้น"
  • เตือนนักลงทุนให้ระมัดระวังการใช้เลเวอเรจสูง โดยเฉพาะในการซื้อขายล่วงหน้า (Futures) ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะขาดทุนหนักหรือถูกบังคับขาย (Forced Sell)
  • แนะนำให้นักลงทุนใช้ "เงินเย็น" ในการลงทุน หลีกเลี่ยงการลงทุนเกินตัว (Overtrading) และเตรียมเงินสำรองให้เพียงพอเพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาด

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาทองคำวันนี้ (4 กุมภาพันธ์ 2569) ราคาทองคำในประเทศปรับเพิ่มขึ้น 2,000 บาท สอดคล้องกับการประเมินก่อนหน้านี้ว่า หากราคาทองคำในตลาดโลกไม่ปรับลดลงต่ำกว่า 4,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ราคาทองคำยังมีโอกาสฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นคาดว่าราคาทองคำจะยังคงมีความผันผวนสูง และเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบดังกล่าวไปอีกระยะหนึ่ง ขณะที่ภาพรวมแนวโน้มระยะยาวยังคงเป็น “ขาขึ้น” อย่างชัดเจน

นายจิตติ ระบุว่า ช่วงที่ตลาดทองคำผันผวนถือเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะนักลงทุนรายย่อยที่เข้ามาเก็งกำไรในตลาดล่วงหน้า (Futures) ซึ่งปัจจุบันพบพฤติกรรมที่น่ากังวลหลายประเด็น โดยเฉพาะการใช้เลเวอเรจในระดับสูง เนื่องจากการซื้อขายทองคำล่วงหน้าวางเงินประกันเพียงประมาณ 7% ทำให้ความผันผวนของราคาเพียงเล็กน้อย อาจส่งผลกระทบต่อพอร์ตการลงทุนอย่างรุนแรง

อีกความเสี่ยงสำคัญคือ การถูกบังคับขาย (Forced Sell) หากราคาทองคำเคลื่อนไหวผิดทางประมาณ 10% และนักลงทุนไม่มีเงินสำรองเพียงพอสำหรับเติมมาร์จิ้น ก็จะถูกบังคับปิดสถานะทันที ส่งผลให้ขาดทุนโดยไม่มีโอกาสแก้ไขสถานการณ์

นอกจากนี้ ยังพบว่านักลงทุนรุ่นใหม่จำนวนมากหันมาเทรดทองคำผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ ซึ่งส่วนใหญ่มักใช้ “เงินร้อน” หรือเงินที่ไม่ได้เตรียมไว้สำหรับการลงทุนระยะยาว ทำให้มีความเสี่ยงสูงในช่วงที่ตลาดเกิดความผันผวนรุนแรงหรือมีการทุบราคาในระยะสั้น

เพื่อให้การลงทุนในทองคำมีความปลอดภัยและสามารถสร้างผลตอบแทนในระยะยาว นายจิตติ แนะนำว่า นักลงทุนควรใช้ “เงินเย็น” เท่านั้น คือเงินออมที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ในระยะเวลาอันใกล้ เพื่อให้สามารถถือครองทองคำได้ แม้ราคาจะปรับลดลงในช่วงสั้น ๆ โดยไม่ต้องเร่งขายขาดทุน และสามารถรอจังหวะที่ราคากลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นตามเทรนด์ใหญ่ได้

ขณะเดียวกัน นักลงทุนควรหลีกเลี่ยงการลงทุนเกินกำลัง หรือการเล่นเกินตัว (Overtrading) โดยประเมินสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสม เช่น หากมีเงินลงทุน 70,000 บาท ไม่ควรฝืนซื้อทองในปริมาณมากเกินไป ควรลงทุนเพียงบางส่วน เพื่อให้มีเงินสำรองไว้รองรับการเติมมาร์จิ้น หากราคาผันผวนผิดทาง

สุดท้าย นักลงทุนควรเตรียมเงินสำรองให้เพียงพอสำหรับรับมือกับความผันผวน และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมราคา รวมถึงกลไกของตลาดอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะผู้ลงทุนมือใหม่หรือคนรุ่นใหม่ เนื่องจากแม้แนวโน้มระยะยาวของทองคำจะยังเป็นขาขึ้น แต่ความผันผวนในระยะสั้นสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา