

KEY
POINTS
ดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (3 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) จะทำให้บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์เผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น
นอกจากนี้ นักลงทุนยังระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Alphabet และ Amazon จะเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา นักลงทุนใช้ความระมัดระวังในการเลือกหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยมองหาหุ้นของบริษัทที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่วัดผลได้จริงจากการลงทุนมหาศาลใน AI
ขณะนี้นักลงทุนเริ่มวิตกกังวลว่า ความก้าวหน้าของ AI อาจทำให้บริษัทเทคโนโลยีหลายรายต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นและอัตรากำไรที่ต่ำลง
โดยปัจจัยหนึ่งที่ตอกย้ำความกังวลเหล่านี้คือการที่บริษัท Anthropic เปิดตัวเครื่องมือสำหรับงานด้านกฎหมาย (legal tool) ที่ใช้ในแชตบอต Claude AI ของบริษัท
หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง 2.17% ตามด้วยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารลดลง 1.28% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยพุ่งขึ้น 3.3% ตามด้วยหุ้นกลุ่มวัสดุพุ่งขึ้น 2%
หุ้นบริษัทยักษ์ใหญ่ AI อย่าง Nvidia และ Microsoft ต่างก็ร่วงลงเกือบ 3% ขณะที่หุ้น Alphabet ปรับตัวลง 1.2% ก่อนที่บริษัทจะรายงานผลประกอบการในวันพุธ ส่วนหุ้น Amazon ร่วงลง 1.8% ก่อนที่บริษัทจะรายงานผลประกอบการในวันพฤหัสบดี
หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ปรับตัวลง หลังจาก Novo Nordisk ซึ่งเป็นบริษัทเวชภัณฑ์ของเดนมาร์กและเป็นผู้ผลิตยา Wegovy ที่ใช้รักษาโรคอ้วน คาดการณ์ว่ายอดขายรายปีจะลดลงอย่างหนัก ส่งผลให้หุ้น Novo Nordisk ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์กดิ่งลงเกือบ 15% และฉุดหุ้นบริษัทคู่แข่งอย่าง Eli Lilly ร่วงลง 3.9% และหุ้น Structure Therapeutics ร่วงลง 6.75%
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (BLS) ออกแถลงการณ์ระบุว่า BLS ไม่มีการเผยแพร่ผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) ในวันอังคารที่ 3 ก.พ. เนื่องจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลถูกชัตดาวน์บางส่วน
นอกจากนี้ รายงานตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนม.ค. ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันศุกร์ที่ 6 ก.พ.นี้ ก็จะถูกเลื่อนออกไป