เงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง ทดสอบแนว 31.00 รับแรงหนุนจากทองคำ

23 ม.ค. 2569 | 04:01 น.
อัปเดตล่าสุด :23 ม.ค. 2569 | 04:02 น.

เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ 31.08 บาทต่อดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง จากการลดลงของเงินดอลลาร์และราคาทองคำที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะเดียวกันการคลี่คลายความขัดแย้งสหรัฐฯ-ยุโรปหนุน Sentiment สินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัว

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า เงินบาทแข็งค่าไปทดสอบแนว 31.00 เมื่อคืนที่ผ่านมา ก่อนจะกลับมาปรับตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 31.18-31.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงเช้าวันนี้ (9.07 น.) ซึ่งยังคงแข็งค่าเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 31.39 บาทต่อดอลลาร์ฯ

เงินบาทแข็งค่าขึ้นสอดคล้องกับทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกที่กลับมาปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่เหนือระดับ 4,900 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ขาดแรงหนุนต่อเนื่อง

โดยเฉพาะเมื่อ Sentiment สินทรัพย์เสี่ยงทยอยฟื้นตัวขึ้นได้อีกหลัง หลังสัญญาณตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และหลายประเทศในยุโรปผ่อนคลายลง (แม้จะยังคงต้องติดตามว่าความขัดแย้งจะกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งหรือไม่ก็ตาม)

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 31.00-31.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่

  • ตัวเลขการส่งออกของไทยเดือนธ.ค.
  • ผลการประชุม BOJ ซึ่งถูกคาดการณ์ว่า จะยังไม่ปรับดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้
  • ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ
  • การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชีย
  • ราคาทองคำในตลาดโลก
  • สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯและยุโรป
  • ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ตัวเลขเบื้องต้นของ PMI และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.

ด้านนายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทยกล่าวว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  31.08 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นมาก” จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ  31.37 บาทต่อดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย

การปรับตัวขึ้นของเงินบาทได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ในตลาดโลก รวมถึงการเคลื่อนไหวที่แข็งค่าขึ้นของราคาทองคำที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ระดับกว่า 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์

การแข็งค่าของเงินบาทในวันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นในตลาดการเงินไทย ซึ่งเกิดจากปัจจัยหลายประการ โดยเฉพาะการคลี่คลายของความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับหลายประเทศในยุโรป ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงในตลาดการเงิน

ขณะเดียวกัน แนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ก็ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เงินดอลลาร์ขาดแรงหนุนในระยะสั้น

อีกทั้ง การที่ตลาดได้ประเมินว่าเฟดจะไม่ลดดอกเบี้ยเร็วเกินไป ยังส่งผลให้การเคลื่อนไหวของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่การฟื้นตัวของสินทรัพย์เสี่ยงได้ช่วยหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง การอ่อนค่าของดอลลาร์ฯ ได้สนับสนุนการปรับตัวขึ้นของทองคำ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในตลาดการเงินช่วงนี้

กรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ถูกประเมินว่าจะอยู่ระหว่าง 31.00-31.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะถัดไปประกอบด้วยตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนธันวาคม รวมถึงผลการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งคาดว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.75% และสถานการณ์ในตลาดบอนด์โลก

สำหรับแนวโน้มในระยะยาว ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิดถึงสถานการณ์การเมืองในญี่ปุ่น รวมถึงการเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและการปรับตัวของราคาทองคำในตลาดโลก ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางการเคลื่อนไหวของเงินบาทและตลาดการเงินในช่วงต่อไป

การฟื้นตัวของสินทรัพย์เสี่ยงและการอ่อนค่าของดอลลาร์ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่สนับสนุนเงินบาทให้แข็งค่าต่อไป อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นในตลาดต้องพร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของการปรับตัวของบอนด์ยีลด์และอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่าง ๆ ที่อาจกระทบต่อทิศทางการเงินโลกในระยะสั้น