บาทแข็งสวนดอลลาร์ เปิด 31.30 ทองคำทำสถิติใหม่ กดตลาดผันผวน

19 ม.ค. 2569 | 05:09 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ม.ค. 2569 | 05:09 น.

เงินบาทเปิดแข็งค่าที่ 31.30 บาทต่อดอลลาร์ หลังราคาทองคำทำสถิติสูงสุดใหม่ ท่ามกลางความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนนโยบายการเงินสหรัฐฯ

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุนจาก Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้าวันที่ 19 มกราคม 2569 เปิดที่ระดับ 31.30 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า 31.39 บาทต่อดอลลาร์

ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ผันผวนสูง เคลื่อนไหวในกรอบ 31.27–31.54 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีจังหวะอ่อนค่าทะลุแนวต้าน 31.50 บาท ตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ควบคู่การปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ และราคาทองคำที่ย่อตัว หลังตลาดทยอยลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของเฟด 

อย่างไรก็ดี ในช่วงเช้าตลาดเอเชีย เงินบาทกลับมาแข็งค่า ทดสอบแนวรับ 31.30 บาท จากแรงหนุนดอลลาร์อ่อนค่าและราคาทองคำที่ทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าต่อเดนมาร์กและอีก 7 ประเทศยุโรป จนกว่าสหรัฐฯ จะบรรลุข้อตกลงซื้อ Greenland 

บาทแข็งสวนดอลลาร์ เปิด 31.30 ทองคำทำสถิติใหม่ กดตลาดผันผวน

ทั้งนี้ วันจันทร์เป็นวันหยุด Martin Luther King Jr. Day ของสหรัฐฯ ทำให้สภาพคล่องอาจบางและเพิ่มความผันผวนได้

สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้น ตามการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด หลังรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าคาด

 

สำหรับสัปดาห์นี้รวมถึงในช่วงระยะสั้น เราประเมินว่า ควรระวัง ความผันผวนท่ามกลางประเด็นการเมืองญี่ปุ่น ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึง การประชุม BOJ และรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อย่าง ดัชนี PMI ของบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก

มุมมองเศรษฐกิจโลก

  • สหรัฐฯ: จับตา PMI ภาคการผลิต–บริการ (ม.ค.), เงินเฟ้อ PCE (ธ.ค.) และ Jobless Claims ซึ่งอาจเปลี่ยนมุมมองต่อนโยบายการเงินของ Federal Reserve นอกจากนี้ ตลาดติดตามการพิจารณาคดี Trump v. Cook ต่อประเด็นความเป็นอิสระของเฟด และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน
  • ยุโรป: ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจผ่าน PMI อังกฤษ–ยูโรโซน รวมถึงข้อมูลแรงงาน CPI และ Retail Sales ของอังกฤษ พร้อมถ้อยแถลงจาก European Central Bank และ Bank of England
  • เอเชีย: จับตาการเมืองญี่ปุ่น หลังมีความเป็นไปได้ยุบสภา 23 ม.ค. และข้อมูลเศรษฐกิจญี่ปุ่น รวมถึงผลประชุม Bank of Japan ที่คาดคงดอกเบี้ย 0.75% ขณะที่ BNM และ BI คาดคงดอกเบี้ย 2.75% และ 4.75% ตามลำดับ พร้อมติดตามข้อมูลเศรษฐกิจจีน (GDP Q4, Retail Sales, Industrial Production, FAI)
  • ไทย: แม้ไม่มีข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ แต่ติดตามคดี Trump v. Cook และการเมืองญี่ปุ่น ซึ่งอาจกระทบตลาดการเงินโลกและเงินบาท

แนวโน้มค่าเงินบาท

Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า เงินบาทระยะสั้นยัง แกว่งตัวแบบ Sideways จากแรงดึงสองทาง ระหว่างดอลลาร์ที่ยังมีโมเมนตัมแข็งค่า กับแรงหนุนจากราคาทองคำในช่วงความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์สูง

ต้องระวัง Two-way Risk ตามการปรับมุมมองนโยบายเฟด ความเป็นอิสระของเฟด นโยบายการค้าสหรัฐฯ และการเมืองญี่ปุ่นที่กระทบเงินเยนซึ่งอาจส่งผลต่อเงินบาท

เชิงเทคนิค หากเงินบาทแข็งค่าทะลุ 31.20 ได้ชัดเจน จึงจะยืนยันแนวโน้มแข็งค่าในระยะสั้น (Daily) ขณะที่ระยะกลาง (Weekly) ยังเป็นแนวโน้มแข็งค่า ตราบใดที่ไม่อ่อนค่าทะลุ 31.80 และเส้นค่าเฉลี่ย 30 สัปดาห์บริเวณ 32.20 บาทต่อดอลลาร์

กรอบคาดการณ์

  • สัปดาห์นี้: 31.00–31.75 บาท/ดอลลาร์
  • 24 ชั่วโมงข้างหน้า: 31.20–31.45 บาท/ดอลลาร์