
เปิดกลไก ‘ซื้อทองออนไลน์’ ผู้ค้าฯ ยอมรับ กระทบบาทแข็งบางช่วง
เปิดกลไก “ซื้อทองออนไลน์” ซื้อทองคำจริงทุกธุรกรรม ความต่างคือขั้นตอนการชำระเงิน หน่วยเงินที่ใช้ซื้อขาย (บาท/ดอลลาร์) วิธีส่งมอบ (รับทองจริง/ฝากไว้) และจังหวะการแปลงสกุลเงินที่อาจกระทบค่าเงินบาทในบางช่วง
KEY
POINTS
- กลไกการซื้อทองออนไลน์คือการเปลี่ยนรูปแบบการถือครองจากทองคำจริงมาเป็น "สิทธิในทองคำ" ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งผู้ค้าสนับสนุนให้ใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในการทำธุรกรรม เพื่อจำกัดการแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทเฉพาะตอนที่ผู้ลงทุนต้องการถอนเงินออกเท่านั้น
- ผลกระทบต่อค่าเงินบาทจะเกิดขึ้นเป็นช่วงสั้นๆ โดยเฉพาะเมื่อราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นเร็ว ทำให้นักลงทุนจำนวนมากเทขายเพื่อทำกำไรในเวลาเดียวกัน การแปลงเงินที่ได้จากการขายกลับมาเป็นเงินบาทในปริมาณมากจึงอาจส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นชั่วคราว
- ผู้ค้ายอมรับว่าผลกระทบดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยทางอ้อมและเกิดขึ้นเป็นบางช่วง ไม่ใช่สาเหตุหลักของการแข็งค่าของเงินบาท และมองว่าการกำกับดูแลควรเน้นไปที่การสร้างแพลตฟอร์มมาตรฐานและใช้ข้อมูลธุรกรรมที่โปร่งใสเพื่อบริหารความเสี่ยง
การซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์กำลังกลายเป็น 'ช่องทางหลัก' ของตลาด จากความสะดวกและพฤติกรรมผู้บริโภคที่ย้ายจากหน้าร้านสู่มือถือ โดย นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (แม่ทองสุก) ชี้ว่า ปริมาณธุรกรรมออนไลน์ในภาพรวมสูงกว่าหน้าร้าน 2–3 เท่า และในบางช่วงอาจมากกว่านั้น สะท้อนว่าโลกการซื้อขายทองได้ย้ายเข้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างจริงจัง
หัวใจสำคัญของ 'ทองออนไลน์' ที่หลายคนสงสัย คือซื้อแล้วมีทองจริงหรือไม่ นพ.กฤชรัตน์ยืนยันว่า เป็นการซื้อทองจริงทั้งหมด เพียงแต่รูปแบบการถือครองเปลี่ยนไป ผู้ซื้อไม่ได้จำเป็นต้องเดินเข้าร้าน เลือกชั่งน้ำหนัก รับใบเสร็จ แล้วหิ้วทองกลับบ้านเหมือนเดิม แต่ 'ถือครองสิทธิในทองคำ' ผ่านบัญชีบนแพลตฟอร์ม และจะตัดสินใจอีกครั้งว่าจะ รับทองจริง หรือ ฝากไว้ในระบบ
1) ตั้งต้นด้วย “แพลตฟอร์ม” และ “หน่วยเงิน” ที่ใช้ซื้อขาย
กลไกของทองออนไลน์เริ่มจากการที่ลูกค้าเปิดบัญชี/ใช้งานผ่านแอปหรือแพลตฟอร์มซื้อขายทอง ซึ่งในตลาดมีหลายรูปแบบ สิ่งที่ผู้ประกอบการพยายามผลักดันมากขึ้นคือการให้ซื้อขายด้วยหน่วย ดอลลาร์สหรัฐ (USD) บนแพลตฟอร์มที่เป็นมาตรฐาน (ยกตัวอย่างที่มีในบางแอปของธนาคารและแอปด้านทองคำ)
เหตุผลคือ 'หน่วยเงิน' ที่ใช้ซื้อขายสัมพันธ์กับจังหวะการแลกเปลี่ยนเงินตรา หากการซื้อขายเกิดในรูป USD จะทำให้ธุรกรรมจำนวนมาก 'วนอยู่ในกรอบของสกุลเงินดอลลาร์' และ จะมีการแลกบาทก็ต่อเมื่อผู้ลงทุนเลือก ‘แปลงกลับเป็นเงินบาท’
2) เมื่อกดซื้อในแอป: ไม่ใช่แค่เห็นตัวเลขขึ้น แต่เป็นคำสั่งซื้อที่ต้องมีทองรองรับ
เมื่อผู้ใช้กดซื้อทองบนแอป ระบบจะบันทึกคำสั่งซื้อและปรับสถานะการถือครอง (position) ของลูกค้าในบัญชีทันที จุดนี้ทำให้หลายคนรู้สึกว่า 'เห็นแค่สลิป/ตัวเลข' แต่ฝั่งผู้ประกอบการต้องบริหารหลังบ้านให้มีทองรองรับตามยอดซื้อขายจริง ทั้งในมิติของทองคำแท่ง/ทองคำมาตรฐานตามข้อกำหนดของตลาดที่ให้บริการ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ทองออนไลน์คือการย้ายขั้นตอน 'การทำธุรกรรมและการบันทึกการถือครอง' มาอยู่บนระบบดิจิทัล ขณะที่สินทรัพย์อ้างอิง (ทองคำจริง) ต้องถูกบริหารให้สอดคล้องกับคำสั่งซื้อขายที่เกิดขึ้นตลอดเวลา
3) การส่งมอบ (Delivery) มี 2 ทางหลัก: “รับทองจริง” หรือ “ฝาก/ถือครองในระบบ”
หลังซื้อทองออนไลน์ ผู้ลงทุนมีทางเลือกสำคัญ 2 แบบ
- ถือครองในระบบ – เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุน/เทรดตามราคา ไม่ต้องการถือทองจริงในทันที การถือครองรูปแบบนี้ทำให้การซื้อขายคล่องตัว และลดขั้นตอนการขนส่ง/รับฝาก
- รับทองจริง (Take physical gold/Bullion) – เมื่อผู้ลงทุนต้องการรับทองคำแท่งจริง จึงเกิดขั้นตอนส่งมอบและการจัดการชำระเงิน/แปลงสกุลเงินตามเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม จุดนี้เองที่ นพ.กฤชรัตน์ระบุว่า หากถือครองเป็น USD ผลกระทบต่อเงินบาทจะน้อยมาก เพราะจะมีการแปลงเป็นบาท 'เฉพาะแปลงกลับเป็นเงินบาท'
4) ช่วงทองคำราคาพุ่ง คนแห่ขาย 70–90% และอาจเห็นผลต่อเงินบาทแบบ 'เป็นช่วง'
อีกจุดที่สะท้อนธรรมชาติของทองออนไลน์ คือพฤติกรรมการซื้อขายที่มักมาเป็นด้าน ในช่วงเวลาหนึ่ง นพ.กฤชรัตน์ยกตัวอย่างว่า เมื่อราคาทองโลกปรับขึ้นแรงในระยะสั้น (เช่นขึ้นราวร้อยดอลลาร์ในไม่กี่วัน) สัดส่วนผู้ขายในระบบอาจเพิ่มขึ้นเป็น 70–90% เพราะผู้ลงทุนต้องการล็อกกำไร ขณะที่ช่วงราคาย่อลงแรงจะกลับด้านเป็นแรงซื้อ
เมื่อแรงขายมาเป็นก้อนในช่วงเวลาเดียวกัน ระบบจึงเกิดการเปลี่ยนสถานะจาก 'ถือทอง' ไปเป็น 'ถือเงิน' มากขึ้น และถ้าธุรกรรมนั้นเกี่ยวข้องกับการแปลงกลับมาเป็นเงินบาทในเวลาเดียวกัน ก็อาจทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของกระแสเงิน (flow) ที่สะท้อนในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนได้ แต่ นพ.กฤชรัตน์ย้ำว่าเป็น ผลทางอ้อมและเป็นช่วงสั้น ไม่ใช่ปัจจัยหลักเพียงตัวเดียวของเงินบาทแข็งค่า
5) ทำไมผู้ค้าทองย้ำเรื่องแพลตฟอร์มมาตรฐาน และการคุมความเสี่ยงด้วย “ข้อมูล” มากกว่าการบังคับตลาด
ในมุมของผู้ประกอบการ ทองออนไลน์จำเป็นต้องอยู่บนแพลตฟอร์มที่ได้มาตรฐาน เพราะธุรกรรมเกิดถี่ รวดเร็ว และมีฐานลูกค้าจำนวนมาก สิ่งที่สำคัญจึงไม่ใช่แค่ 'คุมปริมาณ' แต่คือการออกแบบระบบกำกับดูแลที่ทำให้เห็นภาพธุรกรรมชัดขึ้น เช่น โครงสร้างข้อมูล การรายงานที่ไม่กระทบข้อมูลส่วนบุคคล และการกำกับให้ธุรกรรมอยู่ในกรอบที่โปร่งใส
นพ.กฤชรัตน์ยังยืนยันว่า ผู้ค้าทองรายใหญ่มีระบบ KYC/CDD ตามมาตรฐาน และหลีกเลี่ยงเงินที่ไม่ชัดเจนแหล่งที่มา พร้อมให้ความร่วมมือภาครัฐในการส่งมอบข้อมูลเพื่อช่วยวิเคราะห์ผลกระทบ แต่ต้องมีการออกแบบขั้นตอนและกรอบเวลาที่ทำได้จริง เพราะข้อมูลฐานลูกค้ามีปริมาณมากและเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล

