ค่าเงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 34.95 บาทต่อดอลลาร์ฯ

04 ธันวาคม 2566

เงินบาทแตะจุดแข็งค่าสุดของวันที่ระดับ 34.69 บาทต่อดอลลาร์ฯ อานิสงส์เพิ่มเติมจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก แนะติดตามปัจจัยในวันอังคาร " ดัชนี PMI ภาคบริการเดือนพ.ย. ของจีน-สหรัฐฯ -ตัวเลขเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงานเดือนต.ค. ของสหรัฐฯ

ค่าเงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 34.95 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาที่ 35.03 บาทต่อดอลลาร์ฯ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า  เงินบาทแตะจุดแข็งค่าสุดของวันที่ระดับ 34.69 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางกระแสการคาดการณ์ของตลาดว่า มีความเป็นไปได้ค่อนข้างมากที่อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ได้แตะจุดสูงสุดของ Cycle รอบนี้แล้ว นอกจากนี้เงินบาทยังน่าจะได้รับอานิสงส์เพิ่มเติมจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก

 

อย่างไรก็ดี เงินบาททยอยลดช่วงบวกและแกว่งตัวในกรอบอ่อนค่าในช่วงบ่ายท่ามกลางแรงซื้อคืนเงินดอลลาร์ฯ ของนักลงทุนเพื่อปรับโพสิชันก่อนข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ จะทยอยรายงานออกมาในสัปดาห์นี้ สำหรับทิศทางฟันด์โฟลว์ในวันนี้ แม้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 979.07 ล้านบาท แต่ยังคงขายสุทธิพันธบัตรไทย 3,702 ล้านบาท  

ส่วนค่าเฉลี่ย Indicative forward points ของธุรกรรมระยะ 3 เดือนสำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50-200 ล้านบาทต่อปี รายงานข้อมูล ณ 10.00 น. วันที่ 4 ธันวาคม 2566 จากเว็บไซต์ ธปท. อยู่ที่ -30.49 สำหรับผู้ส่งออก (ขายเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า) และที่ -27.46 สำหรับผู้นำเข้า (ซื้อเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า)

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทหลังกลับมาเปิดทำการในช่วงกลางสัปดาห์ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 34.65-35.25 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยที่ต้องติดตามในวันอังคาร ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคบริการเดือนพ.ย. ของจีน และสหรัฐฯ และตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนต.ค. ของสหรัฐฯ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในวันพุธ ได้แก่ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนพ.ย. จาก ADP ของสหรัฐฯ