
INVESTREE รุกตลาดไทย ช่วย SMEs เข้าถึงเงินทุน
INVESTREE ฟินเทคผู้ให้บริการเงินทุน ด้วยแพลทฟอร์มคราวด์ฟันดิง พร้อมรุกตลาดไทย ช่วย SMEs เข้าถึงเงินทุน
นางสาวณัทสุดา พุกกะณะสุต ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเวสทรี ประเทศไทย จำกัด (INVESTREE) เปิดเผยว่า เป้าหมายของอินเวสทรี คือ ต้องการเป็น “โซลูชั่น” ที่ช่วยให้ SMEs ทำธุรกิจได้ต่ออย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องกังวลถึงแหล่งเงินทุนในเวลาเดียวกันก็เป็น “โซลูชั่น” ให้นักลงทุนในการเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ และอิสรภาพในด้านการลงทุน ด้วยระบบ Crowdfunding ซึ่งเป็นการระดมทุนจากคนหมู่มากที่เป็นได้ทั้งบุคคลและสถาบัน เพื่อสนับสนุนกิจกรรมโครงการ หรือธุรกิจต่างๆ โดยได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม
“เราทำหน้าที่เป็นตัวกลางระดมทุนผ่านช่องทางบนระบบอินเตอร์เน็ต ที่เรียกว่า “Crowdfunding Portal” เชื่อมต่อระหว่างผู้ออมเงินและผู้ขอออกหุ้นกู้ ภายใต้ระบบที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือ ซึ่งจะช่วยให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีความยืดหยุ่นได้อย่างรวดเร็วและประหยัดมากขึ้น ขณะที่ผู้ออมเงินหรือนักลงทุนก็จะได้รับการนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนแบบใหม่ที่เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่า ในภาวะที่สินทรัพย์การลงทุนอื่นไม่ตอบโจทย์ในเรื่องความสมดุลระหว่างความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนการลงทุน”นางสาวณัทสุดากล่าว
นับตั้งแต่ปี 2018 ที่บริษัทเปิดตัวในไประเทศไทย ในฐานะผู้ให้บริการเงินทุนแก่ธุรกิจรายย่อยไปจนถึงระดับกลาง (SMEs) พบว่า ปัญหาสำคัญของ SMEs ไทยในช่วงโควิด-19 คือ คู่ค้าหรือลูกค้ายืดเวลาการชำระเงินค่าสินค้าออก ทำให้ขาดสภาพคล่องระยะสั้น แต่ SMEs กลับเข้าไม่ถึงสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ เพราะไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทำให้ไม่มีกระแสเงินสดมาหมุนในธุรกิจได้ทันเวลา หลายรายจึงต้องกู้เงินนอกระบบ
การเงินเป็นเรื่องของความเชื่อมั่น (Trust) ดังนั้น บริษัทฯจึงลงทุนด้วยเงินของบริษัทฯเองก่อน เพื่อทดสอบระบบ โมเดลให้คะแนนความน่าเชื่อถือด้านการชำระหนี้ (Credit Scoring Model) และเกณฑ์การคัดเลือก SMEs ที่จะขอกู้ ซึ่งผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจ ได้ผลตอบแทนเงินลงทุนเฉลี่ย 14% ต่อปี และยังไม่มีลูกหนี้รายใดเป็นหนี้เสีย โดยตั้งเป้าบริหารอัตราหนี้เสียให้อยู่ไม่เกิน 3% ทำให้วันนี้พร้อมที่จะเชื่อมต่อนักลงทุนกับ SMEs ไทยผ่าน Crowdfunding Platform ของ อินเวสทรี ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
สำหรับอินเวสทรี เป็นผู้ให้บริการ Investment-based Crowdfunding ในรูปแบบของการออกหุ้นกู้ ที่เป็นการระดมทุนรูปแบบเดียวที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. และยังมีเกณฑ์คัดเลือกผู้ขอกู้ที่ชัดเจน คือ ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ทำธุรกิจมาแล้ว 1-2 ปี มีคู่ค้าที่ดีหรือมีใบแจ้งหนี้ (Invoice Financing) มีธุรกรรมซื้อขายบนระบบออนไลน์ และมีโอกาสไปต่อถ้าได้รับเงินทุน และนักลงทุนยังมั่นใจได้ว่าเงินลงทุนจะถูกส่งถึง SMEs เพราะเงินของนักลงทุนจะไปเก็บที่ “ผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian)” ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. เช่นกัน
“SMEs เป็นเส้นเลือดฝอยของระบบเศรษฐกิจไทย แต่โอกาสเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs กลับมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของ GDP ขณะที่สินเชื่อภาคธุรกิจมีถึง 85% ของ GDP จะเห็นว่ามันมี Credit Gap ที่ใหญ่มากในระบบการเงินไทย ซึ่งเป็นแบบนี้ในหลายประเทศเช่นกัน เราอยากให้นักลงทุนลองคิดดูว่า ถ้าคุณมีเงินพร้อมลงทุน เข้าใจความเสี่ยงของ SMEs และอยากช่วย SMEs ที่เขามีความพร้อมให้ผลตอบแทนนักลทุงนที่เหมาะสม อินเวสทรีก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลงทุน” นางสาวณัทสุดากล่าว
นายวรกร สิริจินดา ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อินเวสทรี ประเทศไทย จำกัดกล่าวว่า หุ้นกู้ของเราจัดเป็น unrated high yield bond อายุตั้งแต่ 1 เดือน-2 ปี ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่ช่วงโควิด-19 จำกัดให้อายุไม่เกิน 1 ปี เพื่อลดความเสี่ยงให้นักลงทุน ซึ่งหุ้นกู้นี้ออกโดย SMEs ที่ได้คัดเลือกมาให้ในระดับหนึ่ง โดยทีมผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ความเสี่ยงของ SMEs และยังมีระบบจัดอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ขอออกหุ้นกู้ (Credit Worthiness Rating)
ซึ่งคำนวณจากหลายปัจจัยที่สะท้อนความสามารถในการชำระหนี้ของกิจการ เพื่อช่วยให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม สูงสุดอาจถึง 26% ต่อปี ซึ่งก็มาพร้อมความเสี่ยง เทียบกับการลงทุนในตลาดหุ้นไทยตอนนี้ ที่ผลตอบแทนไม่สูงนักแต่ความผันผวนเฉลี่ยสูงถึง 30% และที่สำคัญ การลงทุนในหุ้นกู้ย่อมได้สิทธิดีกว่าลงทุนในหุ้น เพราะเป็นสิทธิในฐานะเจ้าหนี้ของกิจการ มีสิทธิได้เงินคืนก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ
นายวรกรแนะนำว่า การลงทุนภายในพอร์ตหุ้นกู้เอง นักลงทุนก็ควรเลือกลงทุนในธุรกิจที่หลากหลาย และถ้าจะให้เกิดประโยชน์สูงสุด นักลงทุนควรเลือกธุรกิจที่ตนมีความรู้ความเข้าใจ หรือมีความสนใจลงทุนในธุรกิจประเภทนั้น โดยอินเวสทรี มีเป้าหมายให้มีหุ้นกู้จากหลากหลายอุตสาหกรรมให้นักลงทุนเลือกลงทุน และใช้เงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาทต่อหุ้นกู้ ทำให้แม้แต่นักลงทุนรายย่อยก็สามารถกระจายการลงทุนได้อย่างสะดวก
อย่างไรก็ดี เกณฑ์ ก.ล.ต. ยังจำกัดให้นักลงทุนรายย่อยที่เป็นบุคคลธรรมดาสามารถลงทุนได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อหุ้นกู้ และลงทุนบนระบบ Crowdfunding ทั้งหมดไม่เกิน 1 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนที่มีความมั่งคั่งสูง นิติบุคคลหรือมีบุคคลที่ความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน (Accredited Investor) สามารถลงทุนได้ไม่จำกัดวงเงิน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
- "เหนือโลก" เปิด Crowdfunding ระดมทุนผลักดันธุรกิจสหกิจชุมชน
- Crowdfunding หนึ่งทางรอด SMEs
- น้ำใจคนไทยในยุคดิจิทัล ใช้ Crowdfunding ร่วมบริจาคสู้ COVID-19






