นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัดหรือ SCBAM เปิดเผยว่า บริษัทฯได้เปิดตัว 3 กองทุนใหม่เป็นซีรีส์ SCBAM Absolute Return เน้นลงทุนในตราสารหนี้หลากหลายประเภททั้งภาครัฐและภาคเอกชนและอัตราแลกเปลี่ยน ประกอบด้วยกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Largo (SCBLARGO)ระดับความเสี่ยงต่ำ มีเป้าหมายความผันผวนของผลตอบแทน 1-2% กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Adagio (SCBADAGIO)ระดับความเสี่ยงปานกลาง มีเป้าหมายความผันผวนของผลตอบแทน 2-4% และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ MultiBonds(SCBMBOND)ระดับความเสี่ยงสูง มีเป้าหมายความผันผวนของผลตอบแทน 8-15% ด้วยมูลค่ากองทุนละ 3,000 ล้านบาท เปิดเสนอขายครั้งแรกวันที่ 10-16 มีนาคมนี้ ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท
ทั้ง 3 กองทุนบริหารการลงทุนด้วยกลยุทธ์ Absolute Return มีเป้าหมายผลตอบแทนที่ชัดเจนมีความสัมพันธ์ต่อตลาดโดยรวมค่อนข้างต่ำ และต่างจากกลยุทธ์ทั่วไปที่มักสร้างผลตอบแทนและเปรียบเทียบตามดัชนีอ้างอิงหรือตลาดโดยรวม กองทุนจะทำการผสมผสานการซื้อหลักทรัพย์ที่คาดว่ามูลค่าจะปรับขึ้นในอนาคต(Long)และขายหลักทรัพย์ที่คาดว่ามูลค่าจะปรับลงในอนาคต(Short) เพื่อโอกาสในการทำกำไรโดยลงทุนทั้งโดยตรงในตราสารและผ่านตราสารอนุพันธ์เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนโดยทั้ง 3 กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ H2O Largoชนิดหน่วยลงทุน I/C (EUR)สกุลเงินยูโร, H2O Adagio ชนิดหน่วยลงทุน (EUR)-I (C)สกุลเงินยูโรและ H2O Multibonds ชนิดหน่วยลงทุนSREUR (C) สกุลเงินยูโร ตามลำดับกองทุนข้างต้น เฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ แต่ละกองทุนจะแบ่งสัดส่วนการลงทุนที่แตกต่างกันตามระดับความเสี่ยง ในเบื้องต้นสินทรัพย์ที่คาดว่าผู้จัดการจะลงทุน ประกอบด้วย ตราสารหนี้รัฐบาล หุ้นกู้เอกชน และอัตราแลกเปลี่ยน
สำหรับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันมีความผันผวนค่อนข้างมาก โดยตั้งแต่ต้นปีอัตราผลตอบแทนของตลาดตราสารหนี้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ตามปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจทั้งไทยและต่างประเทศที่มีแนวโน้มแย่ลงเนื่องจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสCovid-19 ส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวที่เป็นความหวังในการคลับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปีนี้ชะลอตัวลงในทันที และยังมีปัจจัยภายในประเทศอย่างการผ่านร่างงบประมาณที่ล่าช้า และการคาดการณ์ปัญหาภัยแล้งที่จะมีผลต่อภาคเกษตร ซึ่งส่งผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาจาก 1.25% เป็น 1.00%
“คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 1 ครั้งในการประชุมครั้งถัดไป จากปัจจัยกดดันเศรษฐกิจจาก Covid-19 ที่ดูมีผลวงกว้างมากขึ้นและอาจจะจบช้ากว่าที่ตลาดคาดไว้ จึงส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดมีโอกาสลดลงได้อีก และทรงตัวอยู่ในระดับต่ำต่อไปอีก 1-2 ไตรมาส อย่างไรก็ดี การลงทุนด้วยกลยุทธ์ Absolute Return ในสภาวะเช่นนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุน เพราะกลยุทธ์นี้มีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนเป็นบวกในทุกสภาวะตลาดเหมาะสมกับสถานการณ์ อีกทั้งยังมีให้เลือกได้ถึง 3 ระดับตามความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนรับได้”นายณรงค์ศักดิ์กล่าว