
‘เปรมชัย’เทขายหุ้นITD 5 ปีเหลือสัดส่วน12.21% โบรกมองยังมีอัพไซด์
เปรมชัย กรรณสูต เทขายหุ้น ITD พบช่วงเพียง 16 วัน ขายออก 28.66 ล้านหุ้น กำเงินกว่า 69 ล้านบาท หลังราคาปรับขึ้นจากต้นปี 3.7% ส่งผลให้สัดส่วนที่ถือเหลือเพียง 12.21% โบรกฯมองยังมีอัพไซด์ ให้ราคาพื้นฐานเฉลี่ย 3.31 บาท
นายเปรมชัย กรรณสูต กรรมการผู้จัดการ ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ในบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ยังคงลดสัดส่วนการถือหุ้น ITD ลงอย่างต่อเนื่อง จากปี 2557 ที่ถือสัดส่วน 18.44% และปิดสมุดทะเบียน ณ วันที่ 30 มีนาคม 2561 คงเหลือในสัดส่วน 13.53%
นอกจากนี้จากข้อมูลแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ (แบบ 59) โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พบว่า ปี 2562 ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์-5 มีนาคม (16 วัน) นายเปรมชัย ได้ขายหุ้น ITD ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ จำกัด รวมทั้งสิ้น 10 รายการ เป็นจำนวนรวม 28,664,800 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 1.3% เป็นเงินที่ได้รับ 69,137,599 บาท เฉลี่ยที่หุ้นละ 2.41 บาท
มากกว่าปี 2561 ทั้งปีที่ขายหุ้น ITD 3 รายการ รวม 3,591,000 หุ้น หรือเป็นสัดส่วน 0.068% เป็นเงิน 10,005,300 บาท เฉลี่ยที่หุ้นละ 2.786 บาท ส่งผลให้ปัจจุบัน (ณ วันที่ 5 มี.ค.62) นายเปรมชัย ถือหุ้นใหญ่ ITD ในสัดส่วนเพียง 12.21%
ทั้งนี้ราคาปิดหุ้น ITD ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันปรับขึ้น 3.67% จากราคาเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2562 ที่ 2.18 บาท เป็น 2.26 บาท เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2562 และปรับขึ้นสูงสุดที่ 2.62 บาทเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 หรือปรับเพิ่ม 20.18%
มุมมองของโบรกเกอร์ 3 รายในตลาด ให้ราคาพื้นฐานเฉลี่ยที่ 3.31 บาท, บล.โนมูระ พัฒนสินฯ (CNS) คงนํ้าหนักค่ากลาง (Neutral) ,บล.เอเซีย พลัสฯ (ASP) แนะนำซื้อ และ บล.เมย์แบงก์กิมเอ็งฯ (MBKET) ให้ Hold
สำหรับหลักทรัพย์ที่ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.)มีการขายและซื้อสูงสุดในรอบเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดย 5 อันดับแรกที่ผู้บริหารบจ.ขายสูงสุดได้แก่ 1.นายเปรมชัย กรรณสูต ขายหุ้น ITD จำนวน 22,678,800 บาท ราคาเฉลี่ยที่ 2.46 บาท เป็นเงิน 55,789,848 บาท 2.นายมานิต อุดมคุณธรรม ขายหุ้น บมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO)จำนวน 2,000,000หุ้น ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 15.20 บาท เป็นเงิน 30,400,000 บาท
3.นายชวน ตั้งจันสิริ ขายหุ้นบมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) รวม 1,000,000 หุ้น ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 18.40 บาท รวม 18,400,000 บาท 4.นายองอาจ เอื้ออภิญญกุล ขายหุ้นบมจ.บ้านปู (BANPU)จำนวน 400,000หุ้น ราคาเฉลี่ยหุ้นละ16.60บาท เป็นเงิน6,640,000 บาท และ 5.นายรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ขายหุ้นบมจ.โอสถสภา (OSP) 382,000 หุ้น ราคาเฉลี่ยที่ 26.35 บาท เป็นเงิน 10,065,700 บาท
ส่วน 5 หลักทรัพย์ที่ผู้บริหารซื้อสูงสุด ได้แก่ 1.นาย ธิติพงศ์ ตั้งพูนผลวิวัฒน์ ซื้อหุ้นบมจ. เจนเนอรัล เอนจิเนียริ่ง (GEL)จำนวน 14,000,000 หุ้น ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 0.29 บาท เป็นเงิน 4,060,000 บาท , 2.นายศรศักดิ์ สมวัฒนา ซื้อหุ้นบมจ. เนอวานา ไดอิ (NVD) 4,820,000 หุ้น ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 3.43 บาท เป็นเงิน 16,532,600 บาท 3.นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ซื้อหุ้นบมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ ( NER) รวม 1,000,000 ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 2.44 บาท รวมเป็น 2,440,000 บาท
4.นายศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร ซื้อหุ้นบมจ.เอ็มเอฟอีซี ( MFEC ) 897,000 หุ้น ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 3.16 บาท รวม 2,834,520 บาท และ 5.นายประวิท โรจนาศรีรัตน์ ซื้อหุ้นบมจ.ซีพีที ไดร์ แอนด์ เพาเวอร์ ( CPT ) 500,000หุ้น เฉลี่ยหุ้นละ 1.08 บาท เป็นเงิน 540,000 บาท
หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับ 3,451 วันที่ 10-13 มีนาคม 2562






