thansettakij
thansettakij
GBS ชี้หุ้นไทยผันผวน 1,500-1,560 จุด ลุ้น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” คลายสงครามการค้า

GBS ชี้หุ้นไทยผันผวน 1,500-1,560 จุด ลุ้น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” คลายสงครามการค้า

18 พ.ค. 69 | 04:20 น.
อัปเดตล่าสุด :18 พ.ค. 69 | 04:20 น.

GBS ประเมินหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบ 1,500-1,560 จุด รับปัจจัยบวกเจรจา “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” และขยาย LTV จับตา MSCI Rebalance 29 พ.ค. ชู MRDIYT-TFG เด่น เตือนแรงขาย TOA

KEY

POINTS

  • บล.โกลเบล็ก (GBS) คาดการณ์ดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์นี้จะแกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,500-1,560 จุด
  • ตลาดจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีน ซึ่งอาจช่วยคลี่คลายความตึงเครียดทางการค้าและเป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุน
  • ปัจจัยหนุนในประเทศมาจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขยายเวลามาตรการ LTV ออกไปอีก 1 ปี เพื่อกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์
  • ยังคงมีความเสี่ยงจากความตึงเครียดสหรัฐฯ-จีนกรณีไต้หวัน และตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่สูงกว่าคาด ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับขึ้นดอกเบี้ย

บล.โกลเบล็ก มองตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่งตัวผันผวน รับแรงหนุนเจรจาสหรัฐ-จีน และ ธปท. ขยายมาตรการ LTV อีก 1 ปี พร้อมแนะเก็งกำไรหุ้นเข้า MSCI อย่าง MRDIYT และ TFG ขณะที่ TOA เสี่ยงถูกแรงขายกดดันหลังหลุดดัชนี

GBS มองหุ้นไทยยังผันผวน ลุ้นสหรัฐ-จีนลดตึงเครียด

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า ทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ยังมีโอกาสแกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,500-1,560 จุด โดยตลาดจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในช่วงวันที่ 14-15 พฤษภาคม ซึ่งอาจช่วยลดความตึงเครียดด้านการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสองประเทศ

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS

ทั้งนี้ นักลงทุนคาดหวังว่าการเจรจาดังกล่าวอาจนำไปสู่ข้อตกลงทางการค้า รวมถึงการเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรระหว่างกัน ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก

ธปท.ขยาย LTV หนุนอสังหาฯ ฟื้นความเชื่อมั่นตลาด

สำหรับปัจจัยบวกภายในประเทศ มาจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศขยายเวลามาตรการ LTV ออกไปอีก 1 ปี จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 เพื่อช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นและสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย

 

 

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพรอบที่ 3 ระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ซึ่งช่วยลดแรงกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ในระยะสั้น

จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ-เศรษฐกิจไทย กดดันตลาดระยะถัดไป

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐฯ จากกรณีไต้หวัน ซึ่งอาจกลายเป็นจุดเปราะบางต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ

ขณะเดียวกัน ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ทั้งดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 6.0% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 4.6% ส่งผลให้ตลาดกลับมาให้น้ำหนักต่อโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในช่วงปลายปีนี้

ส่วนปัจจัยในประเทศ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เหลือ 1.5% จากเดิม 2.3% จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลางและแรงกดดันเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มสูงขึ้น

 

แนะเก็งกำไรหุ้นเข้า MSCI ชู MRDIYT-TFG เด่น

 

ด้านนายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำให้นักลงทุนจับตาการปรับน้ำหนักดัชนี MSCI Rebalance ซึ่งจะมีผลในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569

โดยในส่วนของ MSCI Global Small Cap มีหุ้นไทยที่ถูกนำเข้าคำนวณใหม่ ได้แก่ MRDIYT และ TFG ซึ่งอาจได้รับแรงเก็งกำไรจากนักลงทุน ขณะที่หุ้น TOA ซึ่งถูกถอดออกจากดัชนีในรอบนี้ อาจเผชิญแรงขายกดดันในระยะสั้น