รู้จัก "LiVEx" แหล่งระดมทุนสำหรับ SMEs-Startups เติบโตสู่ตลาดทุนในอนาคต
รู้จัก "LiVEx" ช่องทางในการระดมทุนสำหรับ SMEs-Startups พร้อมสร้างระบบนิเวศที่ช่วยผลักดันให้ธุรกิจเติบโตสู่ตลาดทุนในอนาคต
ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมาการเข้าถึงแหล่งทุน ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ของผู้ประกอบการ SMEs และ Startup ไทย โดยเฉพาะธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโต แต่ยังไม่สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หลักอย่าง SET หรือ mai ได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านขนาดธุรกิจ ผลกำไร หรือทุนจดทะเบียน
ด้วยเหตุนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจึงเปิดตัว “LiVE Exchange” หรือ “LiVEx” เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2565 เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการระดมทุนสำหรับธุรกิจขนาดกลางและธุรกิจเกิดใหม่ พร้อมสร้างระบบนิเวศที่ช่วยผลักดันให้ธุรกิจเติบโตสู่ตลาดทุนในอนาคต
LiVEx ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับธุรกิจกลุ่ม SMEs และ Startup โดยเฉพาะ มีเป้าหมายสำคัญทั้งการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเงินทุน ยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจ และวางรากฐานเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ตลาด SET หรือ mai ในระยะต่อไป ควบคู่กับการคุ้มครองผู้ลงทุนและการเปิดเผยข้อมูลอย่างเหมาะสม
ปัจจุบัน (ณ วันที่ 5 พฤษภาคม 2569) LiVEx มีบริษัทเข้าจดทะเบียนแล้ว 10 บริษัท และมี 1 บริษัทที่สามารถย้ายไปจดทะเบียนในตลาด mai ได้สำเร็จเมื่อปี 2568 คือบมจ. เอ็มเอ็มเอ็ม แคปิตอล ขณะที่มูลค่าระดมทุนรวมอยู่ที่ 395 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมกว่า 5,393 ล้านบาท
นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ เปิดเผยว่า การที่ บมจ. เอ็มเอ็มเอ็ม แคปิตอล สามารถย้ายจาก LiVEx ไปจดทะเบียนในตลาด mai ได้สำเร็จ ในปี 2568 สะท้อนถึงประสิทธิภาพของ LiVEx ในการเป็นรากฐานสำคัญที่ส่งต่อธุรกิจให้เติบโตต่อไป
นอกจากนี้ ในปี 2569 LiVEx ยังมุ่งเน้นไปยังกลุ่มธุรกิจ “New Economy” มากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่สอดรับกับเมกะเทรนด์โลก เช่น พลังงานสะอาด เทคโนโลยีดิจิทัล Big Data, MarTech, Social Commerce, IoT และ Internet of Vehicles (IoV) ซึ่งสะท้อนทิศทางเศรษฐกิจไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียวอย่างชัดเจน
ตัวอย่าง ความแตกต่างบริษัทเข้าจดทะเบียน SET - mai - LiVE Exchange
เมื่อเปรียบเทียบกับตลาด SET และ mai จะเห็นว่า LiVEx มีเงื่อนไขที่ยืดหยุ่นมากกว่า โดยไม่ได้กำหนดทุนชำระแล้วขั้นต่ำ หรือเงื่อนไขกำไรสุทธิแบบเดียวกับตลาดหลัก ขณะที่ SET ต้องมีทุนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิรวม 2-3 ปี ไม่น้อยกว่า 125 ล้านบาท ส่วน mai ต้องมีทุนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท และกำไรสุทธิรวมไม่น้อยกว่า 40 ล้านบาท
สำหรับธุรกิจที่เข้าระดมทุนใน LiVEx จะต้องเป็น SMEs ขนาดกลางขึ้นไปตามนิยามของ สสว. หรือเป็น Startup ที่มี Venture Capital (VC) หรือ Private Equity (PE) ร่วมลงทุน เพื่อสะท้อนถึงศักยภาพในการเติบโตของกิจการ
ขณะเดียวกัน ตลาด LiVEx ยังจำกัดกลุ่มผู้ลงทุนไว้เฉพาะนักลงทุนที่มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถรับความเสี่ยงได้ เช่น นักลงทุนสถาบัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน นักลงทุนรายใหญ่พิเศษ หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัท เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะของธุรกิจที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและกำลังเติบโต





