
“พาณิชย์” ปั้น “ข้าวประณีต” ยกระดับข้าวไทย เพิ่มมูลค่าตลอดห่วงโซ่
“พาณิชย์” เดินหน้าปั้น “ข้าวประณีต” ต้นแบบข้าวไทย สร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่แปลงนาถึงตลาด เพิ่มรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน
KEY
POINTS
- กรมการค้าภายในเปิดตัวโครงการ “ข้าวประณีต” เพื่อยกระดับคุณภาพข้าวไทยและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร โดยเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่การผลิต
- มุ่งเน้นการสร้างอัตลักษณ์ เรื่องราว และมาตรฐานให้ข้าวแต่ละพื้นที่ เพื่อเปลี่ยนจากการขายเป็นวัตถุดิบไปสู่สินค้าคุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ตลาดเฉพาะกลุ่ม
- ส่งเสริมการแปรรูป สร้างแบรนด์ และนำวัสดุเหลือใช้จากการผลิตมาสร้างประโยชน์ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มรายได้
- เตรียมพัฒนาตราสัญลักษณ์ “ข้าวประณีต” เพื่อเป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมการค้าภายในเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมและพัฒนาข้าวคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร หรือ “ข้าวประณีต” โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับข้าวไทยและรายได้ของเกษตรกร ด้วยการพัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มคุณภาพของข้าว แต่ต้องทำให้ข้าวแต่ละพื้นที่มี จุดเด่น อัตลักษณ์ เรื่องราว มาตรฐาน และตลาดที่ชัดเจน สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลผลิตเดิมได้มากขึ้น
สอดคล้องกับหลัก “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” โดยใช้ข้อมูล มาตรฐาน นวัตกรรม และการเชื่อมโยงตลาด เป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนรูปแบบการทำตลาดข้าว จากการขายข้าวเป็นวัตถุดิบ ไปสู่การพัฒนาเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและมีความแตกต่าง สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคและตลาดเฉพาะกลุ่มได้มากขึ้น
ข้าวประณีตสร้างมูลค่าจากข้าวได้ตลอดห่วงโซ่
นายวิทยากร กล่าวต่อว่า หัวใจของ “ข้าวประณีต” คือการทำให้เกษตรกรไม่ได้ขายเพียงข้าวเปลือก แต่สามารถสร้างมูลค่าจากข้าวได้ตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การเลือกพันธุ์และการผลิต การจัดการดินและน้ำ การควบคุมคุณภาพ การสีและแปรรูป การพัฒนาบรรจุภัณฑ์และแบรนด์ การสร้างเรื่องราวของสินค้า ตลอดจนการเชื่อมโยงเข้าสู่ตลาด รวมถึงการนำผลพลอยได้และวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมและลดต้นทุนการผลิต
จากการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานในจังหวัดร้อยเอ็ดและขอนแก่น เมื่อวันที่ 17–18 กันยายน 2569 พบตัวอย่างการพัฒนาที่สามารถนำมาเป็นต้นแบบของแนวคิดดังกล่าวได้ โดยในจังหวัดร้อยเอ็ด สหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด (สาขานกเหาะ) มีความพร้อมด้านการแปรรูปและการควบคุมคุณภาพ มีโรงสีที่มีกำลังการผลิต 120 ตันต่อวัน โรงปรับปรุงคุณภาพข้าวสาร และห้องบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐาน ISO และ HACCP สามารถพัฒนาข้าวหอมมะลิเป็นข้าวเกรดพรีเมียมและสร้างแบรนด์ของสหกรณ์ เพื่อรองรับการขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ต่อยอดข้าวเปลือกไปสู่ข้าวสารและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม
ขณะที่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรบ้านโสกจาน จังหวัดขอนแก่น มีจุดเด่นด้านการเชื่อมโยงการผลิตในระดับชุมชน ตั้งแต่การพัฒนาดิน การบริหารจัดการน้ำ การปลูกข้าวและเกษตรผสมผสาน ไปจนถึงการสีและแปรรูป โดยมีโรงสีชุมชนเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้เกษตรกรรวบรวมและควบคุมคุณภาพผลผลิตได้ด้วยตนเอง ลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง และสามารถต่อยอดข้าวเปลือกไปสู่ข้าวสารและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม
นอกจากนี้ บ้านโสกจานยังมีการบริหารจัดการน้ำผ่านระบบธนาคารน้ำใต้ดิน และการทำเกษตรผสมผสานทั้งการปลูกผักและเลี้ยงปศุสัตว์ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่และลดความเสี่ยงด้านการผลิต สะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนาข้าวคุณภาพไม่ได้เริ่มต้นเฉพาะที่โรงสี แต่ต้องเริ่มตั้งแต่การจัดการพื้นที่และกระบวนการผลิตในแปลงนา
นายวิทยากร กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญต่อไป คือ การทำให้คุณภาพของข้าวสามารถแปลงเป็นมูลค่าทางการตลาดได้จริง โดยต้องจัดทำฐานข้อมูลคุณลักษณะของข้าวแต่ละประเภทอย่างเป็นระบบ ทั้งพันธุ์ ลักษณะเฉพาะ คุณค่าทางโภชนาการ และเรื่องราวของพื้นที่ เพื่อนำมาวิเคราะห์และจับคู่กับความต้องการของตลาด ขณะเดียวกันต้องรักษาอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชนไว้ เพราะเรื่องราวและเอกลักษณ์ของพื้นที่สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความแตกต่างให้กับสินค้า
ไม่ปล่อยให้วัสดุเหลือใช้จากการผลิตข้าวกลายเป็นของเสีย
อีกประเด็นสำคัญ คือการนำแนวคิด Circular Economy และ Zero Waste มาใช้ตลอดกระบวนการผลิต โดยไม่ปล่อยให้วัสดุเหลือใช้จากการผลิตข้าวกลายเป็นของเสีย แต่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น การอัดฟาง การนำแกลบไปใช้เป็นเชื้อเพลิงหรือพลังงานชีวมวล การนำผลพลอยได้ไปผลิตอาหารสัตว์ รวมถึงการต่อยอดรำข้าวและปลายข้าวเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน ลดการสูญเสีย และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร
“ข้าวประณีตจึงไม่ใช่เพียงการทำข้าวให้ดีขึ้น แต่คือการทำให้ข้าวมีมูลค่ามากขึ้น” โดยนำจุดแข็งของแต่ละพื้นที่มาเชื่อมโยงกับมาตรฐาน นวัตกรรม และตลาด เพื่อให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการผลผลิตของตนเองได้มากขึ้น และมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากคุณภาพและมูลค่าเพิ่มของสินค้าอย่างเหมาะสม
พัฒนาตราสัญลักษณ์ “ข้าวประณีต” ให้เป็นเครื่องหมายความไว้วางใจ
กรมการค้าภายในจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ ทั้งด้าน คุณภาพ การแปรรูป มาตรฐาน การสร้างแบรนด์และเรื่องราวสินค้า โดยจะนำบทเรียนจากพื้นที่ที่มีศักยภาพไปต่อยอดและขยายผลในพื้นที่อื่น พร้อมพัฒนาตราสัญลักษณ์ “ข้าวประณีต” เพื่อให้เป็นเครื่องหมายของความไว้วางใจ และสะท้อนถึงกระบวนการผลิตและแปรรูปที่มีคุณภาพมาตรฐาน ซึ่งจะเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่น และเพื่อให้ “ข้าวประณีต” เป็นอีกหนึ่งกลไกในการยกระดับข้าวไทย
ทั้งนี้ การพัฒนาคุณภาพและเพิ่มมูลค่าข้าวจะดำเนินควบคู่กับการเตรียมความพร้อมรองรับผลผลิตข้าวนาปี ปีการผลิต 2569/70 ที่คาดว่าจะออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมากตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป โดยกรมการค้าภายในเตรียมเดินหน้ามาตรการทั้ง โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี และ โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและเพิ่มมูลค่าโดยสถาบันเกษตรกร ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) แล้ว เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 และจะเร่งผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของกระทรวงการคลังและคณะรัฐมนตรีต่อไป





