thansettakij
thansettakij
พิษสงครามฉุดส่งออกไทย ดันขาดดุลตะวันออกกลางครึ่งปีพุ่ง 3.8 แสนล้าน

พิษสงครามฉุดส่งออกไทย ดันขาดดุลตะวันออกกลางครึ่งปีพุ่ง 3.8 แสนล้าน

30 ก.ค. 69 | 10:35 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ก.ค. 69 | 10:35 น.

ข้อมูลชี้ชัดการค้าไทยกับตะวันออกกลาง 15 ประเทศช่วงครึ่งแรกปี 2569 ยังขยายตัว 8.3% แต่เป็นการเติบโตจากการนำเข้าน้ำมันดิบและทองคำ ขณะที่การส่งออกหดตัวกว่า 11% ดันไทยขาดดุลการค้าพุ่ง 3.8 แสนล้านบาท ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังกดดันเส้นทางขนส่งพลังงานโลก

KEY

POINTS

  • ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางส่งผลให้การส่งออกของไทยไปยังภูมิภาคนี้ในช่วง 6 เดือนแรกของปีหดตัวลง 11.86%
  • ขณะที่การส่งออกลดลง การนำเข้ากลับเพิ่มขึ้น 16.95% โดยมีสินค้านำเข้าหลักคือน้ำมันดิบและกลุ่มอัญมณี-ทองคำ
  • ผลกระทบดังกล่าวทำให้ไทยขาดดุลการค้ากับตะวันออกกลางในช่วงครึ่งปีแรกพุ่งสูงถึง 3.8 แสนล้านบาท

หลังความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 แม้จะมีความพยายามเจรจาและบรรลุข้อตกลงในช่วงหนึ่ง แต่สถานการณ์ได้กลับมาสู้รบอีกครั้ง ส่งผลให้เส้นทางขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงเผชิญความไม่แน่นอน กระทบต่อต้นทุนการขนส่งและการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงการค้าไทยกับภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างมีนัยสำคัญ

การค้าโต แต่ส่งออกไทยหดตัว

ข้อมูลจากศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร ระบุว่า ช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 (มกราคม-มิถุนายน) การค้าไทยกับตะวันออกกลาง 15 ประเทศ มีมูลค่ารวม 741,952.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาโครงสร้างการค้า พบว่าการขยายตัวดังกล่าวไม่ได้มาจากภาคการส่งออกของไทย โดยไทยส่งออกมีมูลค่า 180,970.64 ล้านบาท ลดลง 11.86% ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 16.95% อยู่ที่ 560,982.04 ล้านบาท ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้ากับตะวันออกกลางสูงถึง 380,011.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดดุล 274,363.97 ล้านบาท

UAE ครองแชมป์คู่ค้า อิสราเอลอันดับ 6

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ยังคงเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยในตะวันออกกลาง ด้วยมูลค่าการค้ารวม 462,742.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.86% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามด้วยซาอุดีอาระเบีย 134,715.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.96% ตุรเคีย 33,924.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.12% กาตาร์ 26,908.93 ล้านบาท ลดลง 58.68% และโอมาน 24,790.72 ล้านบาท ลดลง 1.44%

สำหรับประเทศคู่ขัดแย้งในสงครามครั้งนี้ อิสราเอลเป็นคู่ค้าอันดับ 6 ของไทยในตะวันออกกลาง มีมูลค่าการค้ารวม 24,038.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.23% ขณะที่อิหร่านมีมูลค่าการค้าเพียง 1,192.31 ล้านบาท ลดลง 48.03% และเป็นหนึ่งในคู่ค้าอันดับท้ายของไทยในภูมิภาค จากผลกระทบของมาตรการคว่ำบาตรทางการค้าของสหรัฐฯ

น้ำมันดิบ-ทองคำ ดันนำเข้าเพิ่ม

สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปยังตะวันออกกลางยังคงนำโดยอัญมณีและเครื่องประดับ มูลค่า 49,721.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 253.42% ตามด้วยรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 39,982.27 ล้านบาท ลดลง 40.09% เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 11,512.96 ล้านบาท ลดลง 5.39% ผลิตภัณฑ์ยาง 7,681.26 ล้านบาท ลดลง 22.14% และไม้กับผลิตภัณฑ์ไม้ 6,357.10 ล้านบาท ลดลง 35.29%

ด้านการนำเข้า น้ำมันดิบยังเป็นสินค้านำเข้าสูงสุด มูลค่า 283,379.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.24% ขณะที่เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่ง และทองคำ มีมูลค่า 189,262.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 164.37% ตามด้วยก๊าซธรรมชาติ 26,785.87 ล้านบาท น้ำมันสำเร็จรูป 20,935.14 ล้านบาท และเคมีภัณฑ์ 9,090.57 ล้านบาท ซึ่งทั้งสามรายการหลังปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

จับตาความเสี่ยงการค้าไทยครึ่งปีหลัง

แนวโน้มการค้าไทยกับตะวันออกกลางในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยังยืดเยื้อ ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนการขนส่งและการนำเข้าพลังงานของไทยต่อเนื่อง

แม้ตลาดตะวันออกกลางยังเป็นตลาดสำคัญของผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะในกลุ่มอัญมณี รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าเกษตรแปรรูป แต่โครงสร้างการค้าของไทยกับภูมิภาคนี้ยังพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบและพลังงานในสัดส่วนสูง ส่งผลให้การเพิ่มขึ้นของมูลค่าการค้าในภาพรวมยังมาจากฝั่งการนำเข้าเป็นหลัก ขณะที่การส่งออกของไทยยังเผชิญแรงกดดัน และทำให้ดุลการค้ากับตะวันออกกลางขาดดุลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งแรกของปีนี้