thansettakij
thansettakij
'ทรัมป์' เผย เจรจาสหรัฐ-อิหร่านไปได้สวย ขู่กลับมาถล่มซ้ำหากตกลงไม่ลงตัว

'ทรัมป์' เผย เจรจาสหรัฐ-อิหร่านไปได้สวย ขู่กลับมาถล่มซ้ำหากตกลงไม่ลงตัว

28 ก.ค. 69 | 09:41 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ก.ค. 69 | 09:47 น.

"โดนัลด์ ทรัมป์" ระบุการเจรจากับอิหร่านกำลังไปได้ด้วยดี มีลุ้นได้ข้อตกลง แต่ลั่นพร้อมกลับมาโจมตีทันทีหากเจรจาล่ม ขณะที่โดรนถล่มซาอุดีอาระเบีย จอร์แดน และอิรักในวันเดียวกัน ด้านราคาน้ำมันโลกร่วงหนักหลังสหรัฐหยุดปฏิบัติการทางอากาศ

KEY

POINTS

  • ทรัมป์เปิดเผยว่าการเจรจากับอิหร่านกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดี แต่ขู่ว่าจะกลับมาโจมตีอีกครั้งหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้
  • คำขู่ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ เพิ่งประกาศระงับปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านอย่างกะทันหันเมื่อไม่กี่วันก่อน
  • ด้านอิหร่านปฏิเสธข่าวว่าเป็นฝ่ายร้องขอเจรจา แต่ยืนยันว่ายังคงมีการสื่อสารผ่านคนกลางและไม่เคยทิ้งแนวทางการทูต

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า การเจรจากับอิหร่านกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดี และมีโอกาสที่ทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงกันได้ ทว่าเขาก็เตือนไว้ล่วงหน้าว่า หากการเจรจาไม่สามารถหาข้อสรุปได้ สหรัฐฯ ก็พร้อมกลับไปโจมตีอิหร่านอีกครั้งทันที

แม้ท่าทีของทรัมป์จะดูมีความหวัง แต่ในความเป็นจริงฝั่งอิหร่านกลับดูเหมือนกำลังทดสอบการหยุดยิงชั่วคราวของสหรัฐฯ อยู่ โดยในวันเดียวกันนั้น ซาอุดีอาระเบีย จอร์แดน และอิรัก ต่างรายงานว่าถูกโดรนโจมตี

สหรัฐฯ ยุติปฏิบัติการทางอากาศแบบกะทันหัน

ก่อนหน้านี้เมื่อวันเสาร์ สหรัฐฯ ได้ประกาศระงับปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านที่ดำเนินมาต่อเนื่องสองสัปดาห์อย่างกะทันหัน ซึ่งถือเป็นการพลิกกลับท่าทีครั้งล่าสุดของทรัมป์ในความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาแล้วกว่า 5 เดือน

ทรัมป์กล่าวระหว่างการแถลงว่า ขณะนี้การเจรจากำลังไปได้สวย และหากสำเร็จก็ถือเป็นเรื่องดี แต่ถ้าไม่สำเร็จ สหรัฐฯ ก็จะกลับไปทำสิ่งที่เคยทำเมื่อสองวันก่อนอีกครั้ง

ต่อมาในการปราศรัยหาเสียงที่รัฐมิชิแกนช่วงเย็นวันเดียวกัน ทรัมป์ยังกล่าวถึงอิหร่านในทำนองว่าไม่สามารถใช้เงินซื้อตัวอิหร่านได้ ต้องใช้กำลังเอาชนะเท่านั้น พร้อมย้ำว่าตอนนี้การเจรจากำลังเป็นไปในทางที่เป็นมิตร

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ

อิหร่านปฏิเสธข่าวขอเจรจา ยันไม่ทิ้งการทูต

ด้านเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ออกมาชี้แจงว่า ทั้งสองฝ่ายยังคงส่งสารผ่านคนกลางอยู่ และอิหร่านไม่เคยทอดทิ้งแนวทางการทูต แต่ปฏิเสธข่าวที่ระบุว่าอิหร่านเป็นฝ่ายร้องขอเจรจา โดยยืนยันว่าไม่ใช่ธรรมชาติของอิหร่านที่จะทำเช่นนั้น

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่อิหร่านระดับสูงรายหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ว่า อิหร่านจะระงับการโจมตีตราบใดที่การหยุดยิงฝ่ายเดียวของทรัมป์ยังคงอยู่

อย่างไรก็ตาม กองบัญชาการทหารกลางของอิหร่านกลับออกมากล่าวหาสหรัฐฯ ในเวลาต่อมาว่า กำลังคุกคามเรือและเรือบรรทุกน้ำมันในน่านน้ำอาณาเขตของตน และพยายามปิดล้อมทางทะเลอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งในภูมิภาค

โดรนถล่มซาอุฯ - ฮูตีตอบโต้ท่อส่งน้ำมัน

ซาอุดีอาระเบียแถลงว่าสามารถยิงสกัดโดรนที่มุ่งเป้าโจมตีเป้าหมายด้านปิโตรเลียม รวมถึงในกรุงริยาด โดยระบุว่าโดรนเหล่านี้ถูกยิงมาจากอิรักโดยกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านให้การหนุนหลัง พร้อมสงวนสิทธิ์ที่จะตอบโต้กลับ

ขณะเดียวกัน กลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่าน ก็ออกมาระบุว่าได้โจมตีท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกที่ลำเลียงน้ำมันไปยังท่าเรือยานบูของซาอุดีอาระเบียบนฝั่งทะเลแดง เพื่อตอบโต้การที่ซาอุฯ ส่งโดรนรุกล้ำ

ทางการอิหร่านยังยืนยันว่ายังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางลำเลียงพลังงานสำคัญของโลกไว้ได้ ซึ่งเป็นจุดที่ทรัมป์เรียกร้องให้เปิดทางให้เรือสัญจรผ่านได้อย่างเสรี

ราคาน้ำมันร่วงหนัก คะแนนนิยมทรัมป์กระเตื้องเล็กน้อย

กระแสความไม่พอใจสงครามในหมู่ประชาชนกำลังกดดันทรัมป์และพรรครีพับลิกันมากขึ้น ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนที่พรรคต้องรักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรสที่มีอยู่อย่างเฉียดฉิว

ผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอสที่จัดทำช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า คะแนนนิยมของทรัมป์ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 37% เพิ่มขึ้น 3 จุดจากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเคยเท่ากับจุดต่ำสุดในสมัยที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

แต่กระนั้น มีชาวอเมริกันเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่สนับสนุนสงครามกับอิหร่าน ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง โดยส่วนใหญ่มองว่าทรัมป์ยังอธิบายเป้าหมายของสงครามครั้งนี้ได้ไม่ชัดเจน

การยุติปฏิบัติการทางทหารหลังโจมตีต่อเนื่อง 13 คืน บวกกับท่าทีเชิงบวกต่อการเจรจาของทรัมป์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิ่งลงทันที โดยราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ (WTI) ร่วงลง 8.21% เหลือ 81.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงถึง 9.31% เหลือ 87.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

กองทัพแจ้งขาดเป้าหมาย - ทรัมป์ปฏิเสธปัญหากระสุนขาดแคลน

แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า การตัดสินใจระงับการโจมตีของทรัมป์เป็นไปตามคำแนะนำของฝ่ายทหาร ที่ระบุว่าปฏิบัติการทิ้งระเบิดได้มาถึงขีดจำกัดของสิ่งที่จะบรรลุผลได้แล้ว โดยผู้บัญชาการทหารรายงานว่าเป้าหมายในการโจมตีเริ่มร่อยหรอลง และพลเอกแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม ก็แสดงความกังวลเรื่องคลังกระสุนทางอากาศที่ลดน้อยลงเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ปฏิเสธข้อกังวลเรื่องกระสุนขาดแคลน โดยระบุว่ากองทัพกำลังเร่งเติมคลังแสงที่พร่องไปจากการส่งมอบอาวุธให้ยูเครนอย่างรวดเร็ว พร้อมระบุว่าอยากได้อาวุธที่ทันสมัยกว่านี้เพิ่มเติมด้วย

อิหร่านอ้างสกัดเรือ 6 ลำที่ฝ่าฝืนช่องแคบฮอร์มุซ

สื่อทางการอิหร่านรายงานโดยอ้างแหล่งข่าววงในว่า อิหร่านได้สั่งให้เรือ "ที่กระทำผิด" จำนวน 6 ลำ เปลี่ยนเส้นทางกลับ หลังพยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่ได้รับอนุญาตเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ทรัมป์เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศรอบใหม่ เพื่อเป็นการลงโทษอิหร่านที่ยิงใส่เรือที่แล่นตามเส้นทางซึ่งสหรัฐฯ สนับสนุน โดยแนะนำให้เรือแล่นใกล้ชายฝั่งโอมาน ขณะที่อิหร่านยืนยันว่าเรือสามารถผ่านได้เฉพาะช่องทางในฮอร์มุซที่อยู่ใกล้ชายฝั่งของตนเองเท่านั้น ซึ่งอิหร่านควบคุมอยู่และตั้งใจจะเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางด้วย

การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในอิหร่าน และทำลายสะพานกับอุโมงค์หลายแห่งทางตอนใต้ของประเทศ รวมถึงเป้าหมายทางทหารอื่นๆ ขณะที่ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 4 นายจากการยิงตอบโต้ที่ฐานทัพในประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนอิหร่านเองก็โจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนในประเทศกลุ่มอ่าวเปอร์เซีย โดยอ้างว่าเป็นการตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ

จุดชนวนขัดแย้งใหม่ ตีความกรอบเจรจาไม่ตรงกัน

จนถึงขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าสหรัฐฯ มีแต้มต่อใดที่จะใช้ทำลายการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านได้ ทั้งนี้ สหรัฐฯ และอิหร่านเคยบรรลุข้อตกลงกรอบการเจรจาไว้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน โดยกำหนดให้มีการเจรจาภายในสิ้นเดือนสิงหาคม เพื่อแก้ไขประเด็นสำคัญ อาทิ โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

แต่ปัญหาคือทั้งสองฝ่ายยังตีความเนื้อหาของบันทึกข้อตกลงเรื่องช่องแคบฮอร์มุซไม่ตรงกัน โดยสหรัฐฯ ยืนยันว่าข้อตกลงกำหนดให้อิหร่านต้องเปิดทางให้เรือสัญจรได้อย่างเสรี ขณะที่อิหร่านมองว่าข้อตกลงให้อำนาจตนในการกำกับดูแลการเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าว


ที่มา: Reuters