thansettakij
thansettakij
SCGD กำไรครึ่งปี 500 ล้าน  เร่งเกม 2 ปี ขยายฐานผลิตเวียดนาม- ลุย Smart Toilet

SCGD กำไรครึ่งปี 500 ล้าน เร่งเกม 2 ปี ขยายฐานผลิตเวียดนาม-ลุย Smart Toilet

22 ก.ค. 69 | 07:57 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ก.ค. 69 | 08:06 น.

SCGD โชว์ผลงานครึ่งปีแรก 2569 กำไร 500 ล้านบาท เดินหน้าทรานส์ฟอร์มธุรกิจ 2 ปี ขยายฐานผลิตเวียดนาม ยกระดับโรงงานไทย พร้อมจับมือพันธมิตรจีนรุก Smart Toilet เสริมแกร่งธุรกิจสุขภัณฑ์ระยะยาว

KEY

POINTS

  • SCGD เผยผลประกอบการครึ่งปีแรกมีกำไร 500 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม
  • เร่งแผนกลยุทธ์ 2 ปี (2569-2570) ขยายกำลังการผลิตในเวียดนามให้เป็นฐานการส่งออกหลัก เพื่อรองรับการเติบโตในภูมิภาค
  • รุกตลาดสุขภัณฑ์อัจฉริยะ (Smart Toilet) ผ่านการร่วมทุนตั้งโรงงานผลิตในไทย พร้อมยกระดับฐานการผลิตในประเทศเพื่อลดต้นทุน

บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD เดินหน้าปรับกลยุทธ์ธุรกิจเชิงรุก หลังผลประกอบการไตรมาส 2 และครึ่งปีแรก 2569 เติบโตต่อเนื่อง พร้อมเร่งแผนทรานส์ฟอร์มธุรกิจระยะ 2 ปี (2569-2570) เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ผ่านการขยายกำลังการผลิตในเวียดนาม การยกระดับฐานผลิตในประเทศไทย และการรุกตลาดสุขภัณฑ์อัจฉริยะ (Smart Toilet)

นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 และครึ่งปีแรกของปี 2569 หากไม่รวมรายการพิเศษ ยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากรายได้ในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประเทศเวียดนาม รวมถึงการบริหารต้นทุนเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงาน และการบริหารการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ

 

2 ผู้บริหารของ SCGD โดยนายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และนายสิทธิชัย สุขกิจประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน ร่วมกันแถลงข่าว

 

ไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขาย 5,370 ล้านบาท มี Adjusted EBITDA จำนวน 805 ล้านบาท และมีกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท (Adjusted Profit attributable to Owners of the Company) จำนวน 268 ล้านบาท

ขณะที่ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก มีรายได้รวม 10,922 ล้านบาท มี Adjusted EBITDA จำนวน 1,566 ล้านบาท และมีกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทจำนวน 500 ล้านบาท

ทั้งนี้ ผลประกอบการดังกล่าวไม่รวมค่าใช้จ่ายที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายการด้อยค่าสินทรัพย์และค่าใช้จ่ายจากการปรับโครงสร้างธุรกิจโครงการรวมศูนย์การผลิตในไทย (Plant Consolidation) ซึ่งเป็นรายการครั้งเดียว (One-time Expense) และเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด (Non-cash Items)

 

SCGD กำไรครึ่งปี 500 ล้าน เร่งเกม 2 ปี ขยายฐานผลิตเวียดนาม-ลุย Smart Toilet

 

กำไรโต เดินหน้าบริหารต้นทุน รักษาความสามารถแข่งขัน

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและสถานการณ์โลก SCGD ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกระยะ 2 ปี เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ โดยมุ่งบริหารต้นทุน กระแสเงินสด และการลงทุนอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

บริษัทระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผลการดำเนินงานมาจากการเติบโตของตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการรักษาวินัยทางการเงิน ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรได้

ขยาย PRIME เวียดนาม ดันฐานผลิตส่งออก

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของ SCGD คือการขยายกำลังการผลิตในเวียดนาม เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดในภูมิภาคและตลาดส่งออก โดยวางให้ PRIME เวียดนาม เป็นฐานผลิตเพื่อการส่งออก

ที่ผ่านมา PRIME มีปริมาณการขายกระเบื้องเกลซพอร์ซเลนเพิ่มขึ้น 18% และปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้นกว่า 71% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้หากโครงการขยายกำลังการผลิตแล้วเสร็จตามแผนในไตรมาส 2 ปี 2570 จะช่วยให้ PRIME มีสัดส่วนกำลังการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลนเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 40% ของกำลังการผลิตรวม

การขยายฐานผลิตดังกล่าวจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของบริษัทในตลาดภูมิภาค และรองรับโอกาสการเติบโตจากตลาดส่งออกในอนาคต

ยกระดับโรงงานไทย ลดต้นทุน รุก Smart Toilet

นอกจากการขยายฐานผลิตในเวียดนามแล้ว SCGD ยังเดินหน้าปรับปรุงประสิทธิภาพฐานผลิตในประเทศไทย ผ่านโครงการรวมศูนย์การผลิตกระเบื้องเซรามิกและเกลซพอร์ซเลน พร้อมลงทุนสายการผลิตใหม่ที่ใช้ระบบ Automation

บริษัทประเมินว่า หากโครงการแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2570 จะช่วยลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วยประมาณ 16-20% และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ

ขณะเดียวกัน SCGD ยังขยายธุรกิจสุขภัณฑ์อัจฉริยะ ผ่านการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างสยามซานิทารีแวร์ ผู้ผลิตสุขภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ COTTO กับพันธมิตรจีน Axent Switzerland AG เพื่อจัดตั้งโรงงานผลิตและประกอบสุขภัณฑ์อัจฉริยะ (Smart Toilet) และสุขภัณฑ์ไร้ถังพักน้ำ (Tankless Toilet) ในประเทศไทย

โรงงานดังกล่าวมีกำลังการผลิต 96,000 ชิ้นต่อปี เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดสุขภัณฑ์อัจฉริยะ และเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจสุขภัณฑ์ของบริษัท

ฐานะการเงินแกร่ง พร้อมลงทุนสร้างการเติบโต

นายสิทธิชัย สุขกิจประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน SCGD กล่าวว่า บริษัทจะยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านต้นทุน กระแสเงินสด และการจัดสรรเงินลงทุน ควบคู่กับการรักษาวินัยทางการเงิน

ปัจจุบัน SCGD มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวม 9,218 ล้านบาท คิดเป็น 25% ของสินทรัพย์รวม มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 1.4 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.2 เท่า สะท้อนถึงความยืดหยุ่นทางการเงิน รองรับแผนลงทุนในอนาคต และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ

ขยายตลาดอาเซียน ควบคู่ธุรกิจยั่งยืน

นอกจากนี้ SCGD ยังเดินหน้าบริหารพอร์ตสินค้าใหม่และสินค้าเกี่ยวเนื่อง เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค พร้อมขยายเครือข่ายผู้จัดจำหน่ายสินค้าสุขภัณฑ์ในต่างประเทศ ส่งผลให้ยอดขายสุขภัณฑ์ในอาเซียนเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน

พร้อมกันนี้ บริษัทได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในทำเนียบ “บริษัทวิถียั่งยืนที่น่าลงทุน (ESG Emerging List)” และได้รับคัดเลือกเป็นหลักทรัพย์ใน Universe ของกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ประจำปี จากการประเมินโดยหน่วยงาน ESG Rating ของสถาบันไทยพัฒน์

อนุมัติปันผลระหว่างกาล 0.155 บาทต่อหุ้น

คณะกรรมการบริษัท SCGD มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 ในอัตรา 0.155 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 256 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผล 60% จากกำไรสุทธิที่ไม่รวมการรับรู้ค่าใช้จ่ายที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ

กำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลวันที่ 19 สิงหาคม 2569 โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 5 สิงหาคม 2569 และกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 4 สิงหาคม 2569