thansettakij
thansettakij
สว.แท็กทีมชาวนา บี้นายกฯ เคลียร์เงินค้างจ่ายชาวนา 1.8 พันล้าน

สว.แท็กทีมชาวนา บี้นายกฯ เคลียร์เงินค้างจ่ายชาวนา 1.8 พันล้าน

25 มิ.ย. 69 | 03:42 น.
อัปเดตล่าสุด :25 มิ.ย. 69 | 03:43 น.

เกาะติดสถานการณ์เงินช่วยเหลือเกษตรกร "ไร่ละ 1,000 บาท" ล่าสุด สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยผนึกกำลัง สว.เดชา ทวงถามรัฐบาลหลังเรื่องค้างจ่ายกว่า 1,700 ล้านบาท เงียบหาย ทั้งที่ผ่านบอร์ด นบข. แล้ว ชี้ชาวนาไม่ใช่ขอทาน พร้อมแนะรัฐออกแบบงบพลังงาน 2 แสนล้านให้เข้าถึง "นาแปลงใหญ่"

KEY

POINTS

  • สว. ร่วมกับสมาคมชาวนาฯ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเร่งรัดการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ที่ยังค้างจ่ายอยู่กว่า 1.8 พันล้านบาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรประมาณ 2.3 แสนครัวเรือน
  • สาเหตุของความล่าช้าเกิดจากรัฐบาลยังไม่นำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติ ทั้งที่ธนาคาร ธ.ก.ส. มีความพร้อมในการจ่ายเงินแล้ว และเรื่องดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายข้าว (นบข.) แล้ว
  • สว. ตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการโยกย้ายงบประมาณไปใช้ในส่วนอื่น ขณะที่นายกสมาคมชาวนาฯ เรียกร้องให้นายกฯ ในฐานะประธาน นบข. ชี้แจงเหตุผลที่ยังไม่ดำเนินการ

กลายเป็นประเด็นร้อนเกษตรกรทั่วประเทศกำลังเฝ้าติดตาม สำหรับความคืบหน้า "เงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท" โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ที่ยังมีกลุ่มเกษตรกรบางส่วนตกหล่นและยังไม่ได้รับเงินจนถึงปัจจุบัน

 

นายเดชา นุตาลัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.)

เปิดสาเหตุเงินไร่ละ 1,000 ยังไม่ถึงมือชาวนา

 นายเดชา นุตาลัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.)  เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ข้อมูลจากการหารือกับรองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พบว่าในขณะนี้ ธ.ก.ส. มีความพร้อมที่จะจ่ายเงินให้แก่เกษตรกรอยู่แล้ว แต่ปัญหาสำคัญคือยังไม่มีคำสั่งการที่ชัดเจนออกมาจากทางรัฐบาล ทั้งที่ในเรื่องดังกล่าว้ผ่านความเห็นชอบจาก คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) มานานแล้ว ซึ่งตามขั้นตอนปกติควรจะถูกนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติทันที แต่ปัจจุบันเรื่องยังคงค้างอยู่

ผ่างบประมาณเงินค้างจ่ายชาวนาไร่ละ 1,000 ปี 2568/69

นายเดชา ตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการสลับงบประมาณหรือโยกย้ายเงินไปใช้ในส่วนอื่นมากกว่าการที่รัฐบาลไม่มีงบประมาณ เพราะหากมีเงินจริง รัฐบาลย่อมต้องการเร่งจ่ายเพื่อสร้างผลงาน ปัจจุบันมีเงินตกค้าง กว่า 1,800 ล้านบาท เกษตรกรที่ยังไม่ได้เงินประมาณ 2.3 แสนครัวเรือน

นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย

ด้านนายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวอย่างดุเดือดว่า ในฐานะที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน นบข. และนั่งหัวโต๊ะในการประชุมเอง ควรชี้แจงให้ชัดเจนว่าเหตุใดจึงดึงเรื่องไว้ ไม่นำเข้า ครม. "อย่ามองชาวนาเหมือนคนไปขอทาน เพราะเวลาท่านกินข้าวท่านก็ไม่ได้นึกถึงเราเลย"

แนะรัฐใช้ "โมเดลนาแปลงใหญ่" รับงบพลังงาน 2 แสนล้าน

นอกเหนือจากเงินช่วยเหลือ นายเดชายังให้ทัศนะถึงโครงการกู้เงิน 2 แสนล้านบาท เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานในภาคเกษตร เช่น โซล่าเซลล์ โดยเสนอแนะว่า

  1. เปลี่ยนเกณฑ์จาก "ราย" เป็น "ไร่" เกษตรกรรายย่อยอาจเข้าถึงยากหากทำเพียงลำพัง
  1. หนุนโซล่าเซลล์แบบกลุ่ม แนะควรใช้เกณฑ์พื้นที่รวมกันประมาณ 100 ไร่ ในลักษณะ "นาแปลงใหญ่" เพื่อติดตั้งระบบในจุดเดียวให้ใช้ร่วมกันได้หลายเจ้าของ
  2. สร้างความเท่าเทียม เพื่อรัฐต้องให้ทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึง เพราะเกษตรกรทุกคนมีสิทธิ์ในการเป็นหนี้และควรได้รับโอกาสในการลดต้นทุนเท่ากัน

บทสรุปและทิศทางต่อไป ในวันที่ 26 มิถุนายน 2569 คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา จะมีการประชุมเพื่อติดตามวาระต่างๆ รวมถึงประเด็นเงินค้างจ่ายและโครงการพัฒนาภาคเกษตร ซึ่งทางสมาคมชาวนาฯ ยืนยันว่าจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดเพื่อให้เงินถึงมือชาวนาโดยเร็วที่สุด