
ชาวนาภาคใต้ ขยับ ทวงเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท นาปรัง-นาปี 2568/69
ชาวนาภาคใต้ เดินหน้ากดดันรัฐบาล ทวงเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท นาปรัง -นาปี 2568/69 จ่ายสูงสุด 10,000 บาทยังไม่ได้รับเงินตามสัญญา เตรียมร้องประชุมใหญ่สามัญสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย วันที่ 25 เม.ย.นี้
KEY
POINTS
- ชาวนาในพื้นที่ภาคใต้จำนวนมากยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือโครงการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและนาปรัง ปี 2568/69 ไร่ละ 1,000 บาท
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงว่าการจ่ายเงินล่าช้า เนื่องจากต้องรอความชัดเจนและการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) จากรัฐบาลชุดใหม่
- กลุ่มเกษตรกรเตรียมยื่นเรื่องร้องเรียนต่อนายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เพื่อผลักดันให้มีการเร่งรัดแก้ไขปัญหาการจ่ายเงินที่ตกหล่น
“ฐานเศรษฐกิจ” ยังคงติดตาม ภายหลังจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 เห็นชอบโครงการสนับสนุนเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง ปี 2568 เกษตรกรเป้าหมาย 0.861 ล้านครัวเรือน งบประมาณ 7,286.77 ล้านบาท และโครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ ปีการผลิต 2568/69 เกษตรกรเป้าหมาย 4.63 ล้านครัวเรือน งบประมาณ 37,917.23 ล้านบาท ซึ่งจะมีการจ่ายเงินไร่ละ 1,000 บาท กำหนดไม่เกินครัวเรือนละ 10 ไร่ หรือไม่เกินครัวเรือนละ 10,000 บาท ดังนั้น เกษตรกรที่ทำการเพาะปลูกมากกว่า 10 ไร่ จะได้สิทธิสูงสุด 10 ไร่ นั้น
แหล่งข่าวจากกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีในพื้นที่ภาคใต้ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ขณะนี้ยังมีเกษตรกรจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือตามโครงการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและการส่งเสริมการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ ในปีการผลิต 2568/69 ขณะที่เกษตรกรนาปรัง และนาปี ก็ยังมีผู้ตกหล่นจากการรับสิทธิ์อีกเป็นจำนวนมาก
"เมื่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับคำชี้แจงว่า จำเป็นต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลชุดใหม่ก่อน จึงจะสามารถดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้
ทั้งนี้ จากปัญหาดังกล่าว กลุ่มเกษตรกรเตรียมยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ ปราโมทย์ เจริญศิลป์ ในฐานะนายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ภายในเวทีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25–26 เมษายน 2569 ณ The Cavalli Casa Resort เพื่อผลักดันให้มีการเร่งรัดแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป"
แหล่งข่าวจากคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต กล่าวว่า ผลจากการประชุมเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2569 ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบเพิ่มวงเงินโครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ ปีการผลิต 2568/69 สำหรับเกษตรกรที่ตกค้าง 233,729 ครัวเรือน วงเงินรวม 1,792.061 ล้านบาท ที่ยังตกหล่น ต้องรอรัฐบาลใหม่ เพื่อมาจ่ายเงินตกหล่น
ด้านนายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวถึง เงินช่วยเหลือชาวนาตกหล่นทางสมาคมได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตามข่าวในวันจันทร์ที่ 30 มีนาคมนี้ นายกรัฐมนตรีจะหารือกับหน่วยงานที่ตรวจสอบคุณสมบัติเป็นครั้งสุดท้าย หากทุกอย่างเรียบร้อย ไม่มีอะไรติดขัด ก็จะนำรายชื่อทั้ง 35 คน ขึ้นทูลเกล้าฯ ตามขั้นตอนต่อไป
หลังจากได้องค์ประกอบรัฐบาลครบแล้ว ทางนายกรัฐมนตรีก็จะต้องมาตั้งคณะ กรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) จะนั่งเองหรือมอบให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ จากนั้นจะมีประการประชุมแล้วมาตั้ง 2 คณะ ก็คือ คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการตลาด โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน และคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน เพื่อพิจารณาเงินช่วยเหลือตกหล่น แล้วเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบเพื่อให้ ธ.ก.ส. จ่ายเงินตรงให้กับชาวนาต่อไป ก็ขอให้อดใจรอ เนื่องจากเป็นมาตรการต่อเนื่องจากรัฐบาลที่แล้ว ที่รัฐบาลต้องรีบจ่ายก่อนแน่นอน
ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถตรวจสอบสถานะการขึ้นทะเบียนเกษตรกรและสถานะการเข้าร่วมโครงการฯ ได้ที่
- สำนักงานเกษตรอำเภอที่แจ้งขึ้นทะเบียน
- แอปพลิเคชัน FARMBOOK
- เว็บไซต์ efarmer.doae.go.th
สำหรับตรวจสอบการโอนเงิน ของ ธ.ก.ส. เช็คได้ที่ - เว็บไซต์ https://govtransfer.baac.or.th
- แอปพลิเคชัน BAAC Mobile
- บริการ LINE Official BAAC Family
ทั้งนี้ ขอให้เกษตรกรหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลส่วนตัวกับบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง และโปรดมั่นใจว่า ไม่มีการตัดสิทธิ์โดยไม่เป็นธรรม กรมส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบราชการ ทุกประการ เพื่อรักษาความเป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้






