thansettakij
thansettakij
‘เวก้า กรุ๊ป’ ทุ่ม 6 พันล้าน ฝ่าวิกฤตตันออกกลาง ปักธงสินค้า-บริการไทยบุกซาอุฯ

‘เวก้า กรุ๊ป’ ทุ่ม 6 พันล้าน ฝ่าวิกฤตตันออกกลาง ปักธงสินค้า-บริการไทยบุกซาอุฯ

10 พ.ค. 69 | 22:25 น.

สงครามตะวันออกกลางฉุดส่งออกไทยหดตัว 20% แต่ช่องทางการค้ายังไม่หยุด “Global City” โปรเจ็กต์ยักษ์ในซาอุฯ เดินหน้าสร้างโอกาสใหม่ “เวก้า กรุ๊ป” ชูโมเดล Soft Power ดันสินค้า-บริการไทยเจาะตลาดกำลังซื้อสูง พร้อมลุยเฟส 2 ขยายพื้นที่-เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ

KEY

POINTS

  • เวก้า กรุ๊ป ทุ่มงบประมาณ 6,000 ล้านบาท สร้างโครงการ "โกลบอล ซิตี้" ที่เมืองดัมมาม ประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมนานาชาติ
  • โครงการนี้เป็นเวทีสำคัญในการนำสินค้าและบริการของไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SME เข้าไปทดลองและบุกตลาดซาอุ

ท่ามกลางแรงสั่นสะเทือนจากภูมิรัฐศาสตร์โลกที่กดดันการค้า แต่ผู้ประกอบการไทยยังเร่งหาช่องทางใหม่ “ตะวันออกกลาง” ยังคงเป็นตลาดศักยภาพที่ต้องรักษาและต่อยอด

การค้าระหว่างประเทศของไทยกับภูมิภาคตะวันออกกลาง 15 ประเทศ กำลังเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้การส่งออกของไทยในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 หดตัวถึง 20% (มีมูลค่าการส่งออก 87,459 ล้านบาท) โดยมีปัจจัยหลักจากปัญหาโลจิสติกส์ในเส้นทางขนส่งสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซที่เกิดการติดขัด

อย่างไรก็ดี แม้สถานการณ์สงครามจะสร้างแรงกระแทกต่อระบบการค้าโลก แต่การขยายตลาดและการลงทุนของไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงเดินหน้าต่อ โดยเฉพาะในประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่มีกำลังซื้อสูงและมีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ต่อการขยายธุรกิจไทย

นายอัครวุฒิ ตั้งศิริกุศลวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร เวก้า กรุ๊ป ออร์แกไนเซอร์สัญชาติไทยที่มีประสบการณ์จัดงานแสดงสินค้าในตะวันออกกลางมากว่าสองทศวรรษ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า บริษัทได้เดินหน้าโครงการ “โกลบอล ซิตี้ (Global City)” ณ เมืองดัมมาม ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ภายใต้สัมปทานระยะยาว 25 ปี โดยเป็นโครงการร่วมทุนระหว่างนักลงทุนซาอุฯ และ Vega Intertrade & Exhibition จากประเทศไทย มูลค่าการลงทุนกว่า 173 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,000 ล้านบาท

‘เวก้า กรุ๊ป’ ทุ่ม 6 พันล้าน ฝ่าวิกฤตตันออกกลาง ปักธงสินค้า-บริการไทยบุกซาอุฯ

โครงการดังกล่าวพัฒนาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมนานาชาติ บนพื้นที่กว่า 625,000 ตารางเมตร ครอบคลุมทั้งโซนค้าปลีก ความบันเทิง และพื้นที่จัดแสดงสินค้า โดยตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ของเมืองดัมมาม ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสำคัญและเป็นที่ตั้งของ Saudi Aramco บริษัทน้ำมันแห่งชาติขนาดใหญ่ของซาอุฯ

สำหรับเฟสแรกของโครงการ ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 และจัดต่อเนื่องถึงเดือนพฤษภาคม 2569 ภายใต้รูปแบบเทศกาลแสดงสินค้านานาชาติที่รวบรวม 16 พาวิลเลียนจากทั่วโลก และร้านค้ากว่า 760 ร้านค้า โดยมีไฮไลต์สำคัญอย่าง “Thailand Pavilion” ที่นำเสนอสินค้าและบริการด้านสุขภาพ อาหาร และวัฒนธรรมไทย รวมถึง Floating Market ที่จำลองตลาดน้ำไทยเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคในภูมิภาค

นายอัครวุฒิกล่าวว่า แม้งานจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมที่ผ่านมา จนต้องหยุดชะงักชั่วคราว แต่หลังจากสถานการณ์คลี่คลาย งานได้กลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้ง และยังคงได้รับการตอบรับอย่างดี โดย ณ ต้นเดือนพฤษภาคม มีผู้เข้าชมงานแล้วกว่า 4 ล้านคน และคาดว่าจะทะลุ 5.3 ล้านคนภายในสิ้นซีซัน

‘เวก้า กรุ๊ป’ ทุ่ม 6 พันล้าน ฝ่าวิกฤตตันออกกลาง ปักธงสินค้า-บริการไทยบุกซาอุฯ

“ภาพรวมถือว่าประสบความสำเร็จเกินคาด สะท้อนว่าตลาดตะวันออกกลางยังมีศักยภาพสูง แม้จะมีปัจจัยลบจากสงคราม แต่ดีมานด์ผู้บริโภคยังแข็งแกร่ง” นายอัครวุฒิ กล่าว

หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของโครงการ คือการได้รับสิทธิพิเศษด้านการนำเข้าสินค้าแบบชั่วคราว ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดด้านเอกสารและขั้นตอนทางศุลกากร ทำให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME สามารถนำสินค้าเข้าไปทดลองตลาดได้สะดวกขึ้น ถือเป็นการลดต้นทุนและความเสี่ยงในการขยายธุรกิจ นอกจากนี้ “หมู่บ้านไทย” ภายในโครงการ ยังได้รับความสนใจจากผู้บริโภคท้องถิ่นอย่างมาก โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มสมุนไพร อาหาร นวดแผนไทย และแฟชั่น ซึ่งสะท้อนศักยภาพของ Soft Power ไทยในการสร้างมูลค่าเพิ่มในตลาดต่างประเทศ

ในเชิงตัวเลข โครงการ Global City สามารถสร้างรายได้รวมแล้วกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีผู้เข้าชมเฉลี่ยมากกว่า 20,000 คนต่อวัน และมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 760 ราย จาก 17 ประเทศทั่วโลก

นายอัครวุฒิระบุว่า โครงการนี้ไม่ใช่เพียงอีเวนต์ระยะสั้น แต่เป็น Ecosystem ทางธุรกิจ ที่จะต่อยอดการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในระยะยาว สอดคล้องกับนโยบาย Saudi Vision 2030 ที่มุ่งยกระดับเศรษฐกิจและลดการพึ่งพารายได้จากน้ำมัน แผนในอนาคต บริษัทเตรียมเดินหน้าพัฒนาโครงการในเฟสที่ 2 และ 3 โดยในเฟสที่ 2 จะขยายพื้นที่เพิ่มเติมกว่า 100,000 ตารางเมตร ภายใต้คอนเซปต์ “เอาโลกทั้งใบมารวมไว้ที่นี่” พร้อมเพิ่มโซนใหม่ เช่น Future Village, Heritage Market และตลาดนานาชาติรูปแบบใหม่ เพื่อดึงดูดนักลงทุนและนักท่องเที่ยวมากขึ้น

ทั้งนี้ Global City Season 2 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ถึง 30 เมษายน 2570 โดยจะเพิ่มประเทศเข้าร่วมและขยายกิจกรรมด้านความบันเทิงและเทคโนโลยี เพื่อยกระดับสู่แพลตฟอร์มการค้าระดับโลก ซึ่งอยากย้ำว่า แม้สงครามจะกระทบการค้าในระยะสั้น แต่โอกาสในตะวันออกกลางยังมีอีกมากสำหรับผู้ประกอบการไทย