thansettakij
thansettakij
แนะรัฐเร่งดัน B100 ผสมดีเซล เซฟงบอุ้มน้ำมัน 4 พันล้านต่อเดือน

แนะรัฐเร่งดัน B100 ผสมดีเซล เซฟงบอุ้มน้ำมัน 4 พันล้านต่อเดือน

19 เม.ย. 69 | 11:00 น.
อัปเดตล่าสุด :19 เม.ย. 69 | 11:01 น.

“ประกิต” ซีอีโอ PCE ยันจำกัดส่งออก ไม่กระทบเกษตรกร จี้รัฐวางนโยบาย B10-B20 ให้ชัดเจน ชี้ช่วยเพิ่มมูลค่าปาล์มไทยจากลิตรละ 30 เป็น 60 บาท เผยกลุ่มไบโอดีเซลพร้อมเต็มสูบผลิต 300 ล้านลิตรต่อเดือน ช่วยชาติประหยัดงบชดเชยน้ำมันมหาศาลในยามวิกฤต

KEY

POINTS

  • เสนอให้นำน้ำมันปาล์มส่วนที่จะส่งออก มาผลิตเป็นไบโอดีเซล B100 เพื่อใช้ผสมในน้ำมันดีเซลภายในประเทศ
  • ช่วยลดภาระรัฐบาลในการชดเชยราคาน้ำมันดีเซล และสามารถประหยัดงบประมาณได้ถึง 3,000-4,000 ล้านบาทต่อเดือน
  • เป็นการพยุงราคาปาล์มในประเทศไม่ให้ตกต่ำ และเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร แทนการส่งออกไปขายในราคาที่ถูกกว่า

นายประกิต ประสิทธิ์ศุภผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PCE เปิดเผยถึงกรณีการจำกัดการส่งออกน้ำมันปาล์มว่า ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ดีและยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรม โดยสามารถนำน้ำมันปาล์มส่วนที่จะส่งออกนั้น มาแปรรูปเป็นน้ำมันไบโอดีเซล B100 เพื่อใช้ผสมในน้ำมันดีเซลภายในประเทศได้ทันที ซึ่งจะเป็นการช่วยลดภาระรัฐบาลในการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลได้ถึงลิตรละ 15-20 บาท

ปัจจุบันกลุ่มชาวสวนในพื้นที่จังหวัดกระบี่ที่ออกมาวิจารณ์นั้น เป็นเพราะรัฐบาลยังขาดความชัดเจนในเชิงนโยบาย หากรัฐบาลกล้าตัดสินใจผลักดันการใช้น้ำมัน B7, B10 และ B20 อย่างจริงจัง จะทำให้น้ำมันปาล์มดิบที่เดิมต้องส่งออก ถูกดึงกลับมาแปรรูปเป็น B100 ทั้งหมด ซึ่งจะช่วยพยุงราคาปาล์มไม่ให้ตกต่ำอย่างแน่นอน เนื่องจากน้ำมันดีเซลในตลาดโลกมีราคาสูงถึงลิตรละ 60 บาท การนำปาล์มที่มีมูลค่าหลังแปรรูปสูงถึง 60 บาทไปขายต่างประเทศในราคาเพียง 30 กว่าบาท จึงเป็นการสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ

สำหรับความพร้อมของผู้ผลิตไบโอดีเซล นายประกิตยืนยันว่า ขณะนี้กลุ่มโรงงานไบโอดีเซลทั้งหมดมีความพร้อมและไม่มีปัญหาด้านเครื่องจักร โดยมีกำลังการผลิตรวมสูงถึง 300 ล้านลิตรต่อเดือน ซึ่งต้องใช้น้ำมันปาล์มดิบประมาณ 200,000 ตันต่อเดือน หากรัฐบาลปรับเปลี่ยนนโยบายจาก B7 เป็น B10 หรือมี B20 เป็นทางเลือก จะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรได้มหาศาล ดีกว่าการส่งออกไปขายในราคาถูก

แนะรัฐเร่งดัน B100 ผสมดีเซล เซฟงบอุ้มน้ำมัน 4 พันล้านต่อเดือน

ในด้านการคลัง หากรัฐบาลนำน้ำมันปาล์มมาใช้แทนที่น้ำมันนำเข้าที่มีราคาสูงถึงลิตรละ 60 บาท รัฐบาลก็ไม่จำเป็นต้องควักเงินจากกองทุนน้ำมันมาชดเชยส่วนต่าง 15 บาทนั้น ซึ่งหากคำนวณจากปริมาณการผลิต 300 ล้านลิตรต่อเดือน จะช่วยให้รัฐบาลประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้ถึงเดือนละ 3,000 - 4,000 ล้านบาท

“อยากให้รัฐบาลเห็นความสำคัญว่าในยามวิกฤต น้ำมันปาล์มสามารถช่วยประเทศชาติได้จริงๆ และต้องการให้ผลักดันเรื่องนี้เป็นนโยบายเศรษฐกิจในระยะยาวเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรและเสถียรภาพทางพลังงานของประเทศ” นายประกิตกล่าวทิ้งท้าย