
PCE รับมือรัฐคุมส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ปรับวัตถุดิบผลิตไบโอดีเซล B100
PCE ปรับแผนรับมือรัฐบาลคุมส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ดึงวัตถุดิบผลิตไบโอดีเซล B100 ป้อนตลาดในประเทศ หลังความต้องการเพิ่มขึ้น พร้อมเดินเครื่องเต็มกำลังผลิต หนุนรายได้ปี 2569 โตตามเป้า
KEY
POINTS
- PCE ไม่ได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐที่ห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ และมองว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจ
- บริษัทปรับกลยุทธ์โดยนำน้ำมันปาล์มดิบที่เคยส่งออก มาผลิตเป็นไบโอดีเซล B100 เพื่อรองรับความต้องการใช้ในประเทศที่เพิ่มขึ้น
- บริษัทในเครือมีความพร้อมด้านกำลังการผลิตไบโอดีเซล และมั่นใจว่ากลยุทธ์ใหม่จะช่วยให้รายได้ปี 2569 เติบโตทำสถิติสูงสุดใหม่
วันที่ 7 เมษายน 2569 ภายหลังคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ออกประกาศควบคุมการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ห้ามส่งออกนอกราชอาณาจักรเป็นเวลา 1 ปี มีผลตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 เป็นต้นไป นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า มาตรการดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ เนื่องจากสามารถนำน้ำมันปาล์มดิบที่เคยส่งออกเข้าสู่กระบวนการผลิตไบโอดีเซล B100 (Methyl Ester) เพื่อรองรับความต้องการใช้ในประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
การปรับเพิ่มส่วนผสมไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 และให้ B20 เป็นทางเลือก ส่งผลให้ปริมาณความต้องการใช้ไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นเป็น 6.0-8.0 ล้านลิตรต่อวัน หรือคิดเป็นการใช้น้ำมันปาล์มดิบประมาณ 2.0-2.2 ล้านตันต่อปี โดยการจำกัดการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบทำให้สามารถนำน้ำมันปาล์มดิบกลับมาผลิตเป็นไบโอดีเซล B100 เพื่อผสมในน้ำมันดีเซลตามนโยบาย ลดเงินชดเชยของภาครัฐและค่าครองชีพของประชาชน
บริษัท นิว ไบโอดีเซล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ PCE พร้อมรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบที่ต้องส่งออกหรือผลผลิตใหม่ที่กำลังจะออกในอนาคต มาผลิตไบโอดีเซล B100 ซึ่งเป็นพลังงานทดแทนที่ยั่งยืน ในราคายุติธรรมตามกลไกตลาด และส่งมอบให้ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ (Major Oil) ตามสัดส่วนการผสมที่ภาครัฐกำหนด โดยบริษัทดังกล่าวเป็นหนึ่งในผู้ผลิตไบโอดีเซลรายใหญ่ของประเทศ มีกำลังการผลิตไบโอดีเซลสูงกว่า 1.3 ล้านลิตรต่อวัน หรือ 40 ล้านลิตรต่อเดือน และสามารถผลิตได้เต็มกำลังการผลิต ส่งผลให้ต้นทุนลดลง รายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน บริษัท ปาโก้เทรดดิ้ง จำกัด (PACO) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบริษัทในเครือ PCE ระบุว่าการห้ามส่งออกไม่ส่งผลกระทบ เนื่องจากบริษัทมีฐานลูกค้าในภาคการผลิตเพื่อบริโภคและพลังงานรองรับอยู่แล้ว และสามารถปรับทิศทางการจำหน่ายโดยเน้นตลาดในประเทศได้
นายพรพิพัฒน์กล่าวว่า บริษัทมีโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบในกลุ่มบริษัท รองรับผลผลิตปาล์มสดจากเกษตรกรในราคาที่เป็นธรรม โดยมีกำลังการผลิตสูงสุด 150 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง หรือ 3,600 ตันต่อวัน ทำให้สามารถบริหารจัดการระบบซัพพลายเชนได้
นอกจากนี้ บริษัทระบุว่ามีโครงสร้างธุรกิจตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการจัดจำหน่าย พร้อมศักยภาพด้านโลจิสติกส์ ประกอบด้วยรถขนส่งน้ำมันปาล์ม น้ำมันไบโอดีเซล และสินค้าทั่วไปกว่า 160 คัน และกองเรือขนส่ง 13 ลำ รวมถึงคลังสินค้าและท่าเทียบเรือในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งมีพื้นที่จัดเก็บน้ำมันปาล์มและน้ำมันไบโอดีเซลรวมกว่า 240,000 ตัน พร้อมรองรับด้วยท่าเทียบเรือขนาดใหญ่ ช่วยเสริมขีดความสามารถในการกระจายสินค้า
นายพรพิพัฒน์กล่าวว่า การปรับกลยุทธ์ดังกล่าวเป็นการรองรับนโยบายภาครัฐ และเป็นโอกาสในการขับเคลื่อนพลังงานทดแทนไบโอดีเซล B100 โดยบริษัทมั่นใจว่ารายได้ปี 2569 จะเติบโตทำสถิติสูงสุดใหม่ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้







