
เกษตรฯ เปิด 7 มาตรการด่วน อุ้มสหกรณ์รับแรงกระแทกสงคราม
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลุย 7 มาตรการเร่งด่วน ช่วยสหกรณ์ รับแรงกระแทกจากสงคราม ดันปุ๋ยชีวภาพ-บริการเครื่องจักร กระจายสินค้า เร่งพยุงรายได้สมาชิก
KEY
POINTS
- ออกมาตรการช่วยเหลือทางการเงินแก่สหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบ โดยสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) และขยายเวลาชำระหนี้
- ส่งเสริมมาตรการลดต้นทุนการผลิตให้แก่สมาชิก เช่น สนับสนุนการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพแทนปุ๋ยเคมี และให้สหกรณ์บริการเครื่องจักรกลการเกษตรในราคาต่ำ
- บริหารจัดการปัจจัยการผลิตและผลผลิต โดยให้สหกรณ์ที่มีสถานีบริการน้ำมันสำรองเชื้อเพลิงให้สมาชิก และเร่งกระจายสินค้าเกษตรผ่านศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ (CDC PLUS)
- สนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนในระยะยาว เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับอุปกรณ์การเกษตร เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงาน
นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกรและสมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ภายหลังการชี้แจงผ่าน Zoom Meeting กับสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ ว่า ผลจากการประชุมหารือของผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์ผลกระทบและกำหนดแนวทางรับมือเพื่อดูแลภาคการเกษตรของประเทศไทย
ในส่วนกรมส่งเสริมสหกรณ์นั้นได้กำหนดมาตรการเร่งด่วนไว้ 6 มาตรการและมาตรการระยะปานกลางและระยะยาว 1 มาตรการ โดยมาตรการเร่งด่วนมาตรการแรก คือการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) เพื่อให้สหกรณ์กู้ยืมสำหรับใช้ในการดำเนินธุรกิจที่ให้บริการเกษตรกรสมาชิก เช่น ธุรกิจรวบรวมผลผลิต ธุรกิจการให้บริการเครื่องจักรกลทางการเกษตรแก่สมาชิก เช่น รถไถ โดรน และให้สมาชิกกู้ยืมเพื่อการประกอบอาชีพ
“วงเงินสินเชื่อยังไม่แน่ชัดจะได้รับผลกระทบเท่าไหร่ ต้องไปสำรวจก่อน สหกรณ์บางแห่งมีปั๊มน้ำมันของตัวเอง บางแห่งก็ไม่มี หรือเรื่องของปุ๋ยบางแห่งมีปุ๋ยในสต็อก บางแห่งก็ไม่มี ต้องไปสำรวจก่อนว่าสหกรณ์แต่ละแห่งได้รับผลกระทบในด้านธุรกิจอย่างไรบ้าง”
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวต่อว่า มาตรการต่อมา คือการผ่อนผันและขยายเวลาชำระหนี้ให้กับสหกรณ์ที่กู้เงิน กพส.ออกไป ส่วนจะยืดออกไปเท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์สู้รบในตะวันนออกกลางจะยืดเยื้อยาวนานเพียงใด ส่วนมาตรการที่ 3 เร่งส่งเสริมสนับสนุนการใช้ปุ๋ยผสมเอง โดยเฉพาะการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และ ปุ๋ยชีวภาพจากน้ำนมดิบ เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการเจริญเติบโตของพืช
“กลุ่มเป้าหมายคือสหกรณ์โคนมที่จำหน่ายน้ำหมักชีวภาพจากนม และสหกรณ์การเกษตรที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้จัดจำหน่ายปุ๋ยแก่สมาชิก เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีที่ราคาสูงและขาดแคลนเป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิต”
นายนิรันดร์ กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการที่ 4 ขอความร่วมมือสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกรที่มีเครื่องจักรกล และอุปกรณ์ทางการเกษตร เช่น รถไถ รถเกี่ยวข้าว รถบรรทุก โดรนการเกษตร เครื่องผสมปุ๋ย รวมทั้งสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เช่น ลานตาก ฉางข้าว โรงสี ฯลฯ เพื่อให้บริการทางการเกษตรแก่สมาชิก โดยคิดราคาค่าบริการขั้นต่ำกว่าราคาทั่วไป เพื่อช่วยเหลือลดต้นทุนการผลิตให้กับสมาชิก ส่วนมาตรการที่ 5 การบริหารธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงของสหกรณ์ ได้ขอความร่วมมือสหกรณ์ที่มีสถานีบริการน้ำมัน วางแผนและจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้บริการสมาชิกให้เพียงพอกับความต้องการ โดยขอให้ดูแลและให้บริการแก่สมาชิกก่อนลูกค้าทั่วไป
และมาตรการเร่งด่วนสุดท้าย เน้นการกระจายสินค้าและผลิตผลทางการเกษตรผ่านศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ (CDC PLUS) ทั่วประเทศ เพื่อเร่งกระจายสินค้าออกจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภคโดยเร็วที่สุด เป็นการขายสินค้าผ่านเครือข่ายสหกรณ์ เพื่อลดการกระจุกตัวของผลผลิตในพื้นที่และรักษาเสถียรภาพด้านราคา
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ย้ำด้วยว่า สำหรับมาตรการระยะปานกลางและระยะยาวนั้น จะสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิงและไฟฟ้า โดยสนับสนุนสินเชื่อดอดเบี้ยต่ำจาก กพส. เพื่อติดตั้งโซล่าเซลล์ สำหรับใช้กับอุปกรณ์และเครื่องมือทางการเกษตรของสหกรณ์และสมาชิก เช่น ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น เพื่อช่วยประหยัดและลดต้นทุนการใช้พลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิง
“มาตรการต่าง ๆ เหล่านี้เราเริ่มดำเนินการเลยครับ แต่มีบางมาตรการที่เป็นระยะปานกลางและระยะยาว เช่น การปรับเปลี่ยนเครื่องจักร เครื่องกล โรงงาน อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นรุ่นเก่า ค่าใช้จ่ายสูง ราก็จะสนับสนุนให้สหกรณ์ปรับเปลี่ยนมาเป็นพลังงานสะอาด พลังงานแสงอาทิตย์ โซลาร์รูฟ โซลาร์เซลล์มากขึ้นและต้องดูในเรื่องการลดต้นทุนควบคู่กันไปด้วย” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ย้ำทิ้งท้าย







