thansettakij
thansettakij
กรมส่งเสริมสหกรณ์ ดัดหลังล้งจีน  ดัน “ล้งกลางมะพร้าวน้ำหอม” ปลดแอกต่างชาติเอาเปรียบ

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ดัดหลังล้งจีน ดัน “ล้งกลางมะพร้าวน้ำหอม” ปลดแอกต่างชาติเอาเปรียบ

16 มี.ค. 2569 | 04:15 น.
อัปเดตล่าสุด :16 มี.ค. 2569 | 04:52 น.

กรมส่งเสริมสหกรณ์ หนุนแนวคิด “ล้งกลาง” มะพร้าวน้ำหอม ปลดแอกถูกกดราคาจากล้งจีน สหกรณ์พร้อมทำหน้าที่รวบรวมผลผลิตส่งล้งกลาง และพัฒนาการแปรรูปเพิ่มมูลค่ามะพร้าวตกเกรดสร้างรายได้เพิ่

KEY

POINTS

  • กรมส่งเสริมสหกรณ์เตรียมผลักดันการจัดตั้ง “ล้งกลางมะพร้าวน้ำหอม” เพื่อเป็นกลไกแข่งขันและแก้ปัญหากลุ่มล้งจีนกดราคารับซื้อผลผลิต
  • ล้งกลางจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมผลผลิตจากสหกรณ์ต่างๆ เพื่อสร้างอำนาจต่อรองด้านราคาและหาตลาดใหม่ ลดการพึ่งพาตลาดจีน
  • ระหว่างเตรียมการ ได้ใช้เครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศเข้าช่วยรับซื้อมะพร้าวในราคานำตลาด เพื่อพยุงราคาและบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรแล้ว

 

หลังนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เรียกประชุมมอบนโยบายผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำโดยนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ห้องประชุมกระทรวงพาณิชย์ ช่วงเช้าวันที่ 2 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อบูรณาการการทำงานของหน่วยงาน

ทั้งสองกระทรวงฯ ไปแนวทางเดียวกัน และประสานสอดรับกันเพื่อเตรียมมาตรการรับมือผลไม้ภาคตะวันออกที่ผลผลิตจะเริ่มออกสู่ตลาดกลางเดือนเมษายนนี้ ขณะเดียวกันยังมีแนวคิดการแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ ด้วยการสร้าง “ล้งกลาง” ขึ้นมาเพื่อรองรับผลผลิตแทนล้งจีนที่รวมหัวกันกดราคาเหลือแค่ลูกละ 2 บาท พร้อมเร่งหาตลาดใหม่ ๆ ไม่หวังพึ่งพาตลาดจีนเพียงอย่างเดียว

นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาว่ามีสหกรณ์บางแห่งไปร่วมมือกับล้งจีน เพื่อใช้พื้นที่ของสหกรณ์เป็นโรงงานและฟอกขาวขบวนการซื้อขายมะพร้าวด้วยทุนเทาให้ถูกกฎหมายนั้น ไม่น่าจะเป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากสหกรณ์มีหน้าที่รวบรวมผลผลิตจากสมาชิกเพื่อส่งขายให้กับล้ง โดยไม่เกี่ยงว่าจะเป็นล้งไทยหรือล้งจีน ถ้าให้ราคาดีสหกรณ์ก็ขาย

“อย่างกรณีสหกรณ์ฯ บ้านแพ้วส่งขายล้งจีนอย่างเดียว เท่าที่ได้สอบถามผู้จัดการสหกรณ์ฯ เขาก็บอกว่าเมื่อก่อนก็เป็นล้งคนไทยต่อมาเปลี่ยนมือให้กับคนจีน แต่สหกรณ์ก็ยังต้องส่งผลผลิตล้งเดิมต่อไป แม้จะถูกกดราคา เพราะไม่มีทางเลือกอื่น” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เผย

นายนิรันดร์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาหลังทราบข่าวว่ามะพร้าวน้ำหอมราคาตกต่ำ กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้รีบเข้าไปช่วยเหลือในทันที โดยประสานเครือข่ายสหกรณ์จากทั่วประเทศเข้ามาช่วยกันรับซื้อผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมจากแหล่งผลิตในราคานำตลาด

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ดัดหลังล้งจีน  ดัน “ล้งกลางมะพร้าวน้ำหอม” ปลดแอกต่างชาติเอาเปรียบ

ทั้งนี้ได้เริ่มคิกออฟไปเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา ณ สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร โดยมีเครือข่ายสหกรณ์ภาคอีสาน นำโดยสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด จังหวัดร้อยเอ็ด เข้ามารับซื้อผลผลิตจำนวน 5 หมื่นลูกในราคานำตลาดหน้าสวนเกษตรกร ลูกละ 5 บาท ขณะนั้นราคามะพร้าวในพื้นที่ลูกละ 2 บาทเท่านั้น

จากนั้น เครือข่ายสหกรณ์ในจังหวัดต่าง ๆ ได้ร่วมกันสั่งซื้อมะพร้าว เพื่อช่วยระบายผลผลิตออกจากแหล่งผลิตทั้งในจังหวัดราชบุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงครามอย่างต่อเนื่อง และขณะนี้ได้เพิ่มมะพร้าวน้ำหอมของสงขลาเข้ามาด้วย ซึ่งสามารถกระจายมะพร้าวผ่านเครือข่ายสหกรณ์ไปยังตลาดปลายทางแล้วกว่า 2.3 ล้านลูก มูลค่ากว่า 11.86 ล้านบาท ส่งผลให้ราคามะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่เริ่มกระเตื้องขึ้นเป็นลำดับ

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าวถึงแนวคิดการสร้าง “ล้งกลาง” มะพร้าวน้ำหอม เพื่อแก้ปัญหาเรื่องราคาผลผลิตตกต่ำว่า เป็นนโยบายที่ดีและเห็นด้วย เนื่องจากสหกรณ์ส่วนใหญ่ยังไม่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการตลาด ต้องอาศัยภาคเอกชนหรือผู้ที่เป็นมืออาชีพเข้ามาช่วย ซึ่งสหกรณ์พร้อมทำหน้าที่ในการรวบรวมผลผลิตส่งให้กับล้งกลาง  

“สหกรณ์ถนัดแต่การผลิตสินค้าเกษตร เน้นการทำเรื่องต้นน้ำ ไม่ถนัดปลายน้ำเรื่องการตลาด การสร้างล้งเองก็มีค่าใช้จ่ายสูงมาก เอาที่สหกรณ์เราถนัดดีกว่า  นอกจากทำหน้าที่ในการรวบรวมผลผลิตและเชื่อมเครือข่ายสหกรณ์ด้วยกันแล้ว การแปรรูปเพิ่มมูลค่า ก็เป็นอีกแนวทางในการแก้ปัญหาราคาตกต่ำ ซึ่งที่ผ่านมากรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ทุ่มงบประมาณช่วยเหลือสหกรณ์ผู้ปลูกมะพร้าวหลายแห่งในการจัดซื้ออุปกรณ์การตลาดไว้

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ดัดหลังล้งจีน  ดัน “ล้งกลางมะพร้าวน้ำหอม” ปลดแอกต่างชาติเอาเปรียบ

ยกอย่างสหกรณ์การเกษตรประสานกสิกิจ จำกัด ที่บ้านแพ้ว สมุทรสาคร กรมฯ ก็จัดซื้อตู้แช่เก็บอุณหภูมิ น้ำช่อดอกมะพร้าวให้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เพื่อใช้เก็บน้ำช่อจากดอกมะพร้าวได้นานขึ้น ก่อนจะนำมาแปรรูปเป็นน้ำตาลมะพร้าว ไซรัปมะพร้าว และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ” นายนิรันดร์ เผย

ด้านนายสมเกียรติ ประพฤติกิจ หรือลุงเปี๊ยก วัดเพลง ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรวัดเพลง จำกัด   ต.เกาะศาลพระ อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่มีรายได้หลักจากการปลูกมะพร้าวน้ำหอม กล่าวถึงแนวคิดการสร้างล้งกลางรองรับผลผลิตว่า เห็นด้วยกับแนวคิดสร้างล้งกลาง หากรัฐบาลทำสำเร็จ ก็จะช่วยเรื่องราคาที่เป็นธรรมให้กับเกษตรกรได้ ซึ่งราคามะพร้าวทุกวันนี้ล้งจะเป็นผู้กำหนดทั้งหมด

“ราคามะพร้าวล้งเป็นผู้กำหนด ว่าวันนี้จะราคาเท่าไหร่ อย่างวันนี้ส่งอยู่ที่ลูกละ 5 บาท สหกรณ์เป็นตัวกลางประสานระหว่างสมาชิกกับล้ง สมาชิกรายใดตัดวันไหนก็แจ้งมายังสหกรณ์ ทางสหกรณ์ก็จะแจ้งไปล้งอีกทอดหนึ่ง จากนั้นล้งจะส่งทีมมาตัด และคัดเกรดเอง ส่วนรายได้จะโอนผ่านมายังสหกรณ์แล้วโอนต่อไปยังสมาชิกเจ้าของสวน เพื่อป้องกันปัญหาการค้างจ่ายระหว่างล้งกับสมาชิก ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้ว”

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ดัดหลังล้งจีน  ดัน “ล้งกลางมะพร้าวน้ำหอม” ปลดแอกต่างชาติเอาเปรียบ

นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า ทุกวันนี้สหกรณ์ฯส่งผลผลิตขายให้ล้งเฉลี่ยวันละ 20,000 - 30,000 ลูก เฉลี่ยลูกละ 5 - 6 บาท โดยคัดเฉพาะลูกได้ขนาดที่ตลาดต้องการ ส่วนที่ตกเกรด สหกรณ์ก็จะนำมาแปรรูปน้ำมะพร้าวบรรจุขวดจำหน่ายต่อไป ที่นี่ล้งจีนไม่มีมีแต่ล้งคนไทย ล้งจีนส่วนมากจะอยู่แถวดำเนินฯ ถามว่ากระทบไหม ก็กระทบเหมือนกัน เพราะราคาล้งจีนเป็นผู้กำหนด ล้งไทยก็ยึดตามราคาล้งจีน ล้งจีนให้ราคาเท่าไหร่ล้งคนไทยก็ให้เท่ากัน ส่วนรายได้ของสหกรณ์ ล้งจะให้ค่าดำเนินการลูกละ 40 สตางค์ โดยไม่หักจากรายได้สมาชิก ซึ่งจะนำเงินส่วนนี้มาบริหารจัดการสหกรณ์” ประธานสหกรณ์ฯวัดเพลง เผย

ด้านนายจำรูญ นิลเต่า ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรบ้านรางสีหมอก จำกัด อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี กล่าวเห็นด้วยแนวคิดการสร้างล้งกลางรองรับผลผลิตมะพร้าวของรัฐบาล แต่ต้องลงทุนด้วยเม็ดเงินงบประมาณมหาศาลจึงไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือไม่ ขณะที่เรื่องตลาดก็ยังไม่ชัดเจน เพราะทุกวันนี้ผลผลิตเกือบทั้งหมดส่งออกตลาดจีนและทั่วโลก ผ่านทางล้งจีน

“ที่ดำเนินสะดวก มีล้งจีนมากที่สุด 230 กว่าล้ง ณ วันนี้ ล้งรับซื้อคละเกรดอยู่ที่ลูกละ 4 บาท ถ้าขายผลผลิตอย่างเดียว จะไม่คุ้ม เพราะต้นทุนมะพร้าวอยู่ที่ลูกละ 5 - 6 บาท แต่ชาวสวนมะพร้าวดำเนินฯ ส่วนใหญ่มีรถบรรทุกเอง ฉะนั้น ล้งก็จะจ่ายค่าขนส่ง จ่ายค่าแรงคนงานเก็บมะพร้าว เมื่อรวม ๆ แล้วก็ได้ลูกละ 7 - 8 บาท ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้สมาชิกสหกรณ์ส่วนใหญ่ยังต้องอาศัยล้งจีน เพราะมีการติดต่อซื้อขายกันมานานเป็น 10 - 20 ปีแล้ว” ประธานสหกรณ์การเกษตรบ้านรางสีหมอกฯ กล่าวทิ้งท้าย