
“ยารา” จับมือ “เกษตรอินโน” พัฒนา ‘ระบบให้ปุ๋ยทางน้ำ’ รับมือโลกเดือด
สู้วิกฤตโลกเดือด “ยารา–เกษตรอินโน” ผนึกกำลังพัฒนาเทคโนโลยีปุ๋ยผ่านระบบน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพใช้น้ำ-ลดต้นทุน ยกระดับเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน
วันที่ 22 มีนาคมของทุกปี เป็น“วันน้ำโลก” (World Water Day) เป็นวันที่องค์การสหประชาชาติกำหนดขึ้น เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ควบคู่กับการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อภาคการเกษตรและความมั่นคงทางอาหารของโลก
ท่ามกลางความผันผวนของสภาพอากาศจากปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญา ที่ส่งผลโดยตรงต่อปริมาณน้ำและผลผลิตทางการเกษตร บริษัท ยารา (ประเทศไทย) และบริษัท เกษตรอินโน จึงเดินหน้าสร้างความร่วมมือ พัฒนา “ระบบให้ปุ๋ยทางน้ำ” (Fertigation) เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและธาตุอาหารพืชอย่างเหมาะสม
ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง “ยารา” ผู้นำระดับโลกด้านธาตุอาหารพืชจากประเทศนอร์เวย์ และ “เกษตรอินโน” ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชันฟาร์มครบวงจร โดยผสานองค์ความรู้ด้านโภชนาการพืชเข้ากับเทคโนโลยีและวิศวกรรมอย่างลงตัว
โดยเป้าหมายสำคัญ คือ การยกระดับเกษตรสมัยใหม่ของไทยให้ก้าวหน้า ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน และเข้าถึงได้ในต้นทุนที่เหมาะสม ระบบดังกล่าวถูกออกแบบให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ สามารถประยุกต์ใช้ได้กับพืชเศรษฐกิจหลากหลายชนิด ช่วยเพิ่มผลผลิต ควบคุมต้นทุน และเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการฟาร์มในระยะยาว
นางสาวนันทิยา พิทักษ์วงษ์ดีงาม กรรมการผู้จัดการ บริษัทยารา (ประเทศไทย) จำกัด เล่าว่า ยารามีความเชี่ยวชาญด้านธาตุอาหารพืช และมีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ระบบน้ำอย่าง YaraRega แต่ในด้านวิศวกรรมเรายังต้องอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตร จึงเป็นที่มาของการจับมือกับเกษตรอินโน เพื่อทำให้เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำเข้าถึงได้ง่าย และเหมาะสมกับเกษตรกรไทยอย่างแท้จริง
ผลิตภัณฑ์ปุ๋ยเม็ดสำหรับระบบน้ำ YaraRega เป็นปุ๋ยสูตรเอ็นพีเคที่ละลายน้ำได้สูงถึง 99% สูงกว่าปุ๋ยเม็ดทั่วไป อีกทั้งยังมีอนุภาคขนาดเล็กกว่า 40 ไมโครเมตรมากกว่า 90% หลังการละลาย ทำให้สามารถใช้งานในระบบน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้พืชดูดซึมน้ำและธาตุอาหารได้อย่างเต็มศักยภาพ
ด้านนางสาวนันทภรณ์ อังศุกุลธร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกษตรอินโน จำกัด ระบุว่า ระบบให้ปุ๋ยผ่านน้ำ (Fertigation) ของบริษัท ถูกออกแบบรองรับพื้นที่ขนาด 10–200 ไร่ ครอบคลุมพืชเศรษฐกิจหลัก เช่น อ้อย ข้าวโพด และแตงโม โดยสามารถละลายปุ๋ยได้ภายใน 10 นาที ควบคุมความเข้มข้นได้สม่ำเสมอ และมีความแม่นยำในการจ่ายสูงถึง 95% ช่วยให้พืชดูดซึมธาตุอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสีย และลดต้นทุนในระยะยาว
นอกจากนี้ บริษัทเกษตรอินโนยังสนับสนุนการทำเกษตรแบบสมาร์ทฟาร์มมิ่ง ลดการพึ่งพาแรงงาน และยกระดับศักยภาพเกษตรกรไทยให้สอดรับกับยุคเกษตรสมัยใหม่ ภายใต้แนวคิด “ออกแบบโลกเกษตรแม่นยำ เพื่อทุกความเป็นไปได้” ที่มุ่งเน้นโซลูชันเรียบง่าย แม่นยำ และคุ้มค่า
ผู้บริหารทั้งสองฝ่ายยังมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการผลักดันเกษตรกรไทยก้าวสู่เกษตรยุคใหม่ โดยชี้ว่า เทคโนโลยีไม่จำเป็นต้องซับซ้อนหรือมีราคาสูงเสมอไป หากแต่ต้องเหมาะสมกับบริบทพื้นที่และความต้องการของเกษตรกร ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้
โอกาสนี้ นางอัสตริด เอมีเลีย เฮลเล เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย ได้เข้าร่วมงาน พร้อมกล่าวถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและนอร์เวย์ รวมถึงความร่วมมือด้านการเกษตรที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง และแสดงความยินดีต่อการผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กร เพื่อร่วมกันยกระดับภาคการเกษตรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน






